วันพุธที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ห้องครัว


ห้องครัว

สวัสดีค่ะ กลับมาพบกับบ้านแสนรักกันอีกครั้งนะคะ วันนี้บ้านแสนรักได้นำสาระมาฝากกันเช่นเคย แต่จะเป็นสาระเรื่องอะไรนั้น เราไปติดตามอ่านและรับชมพร้อม ๆ กันนะคะ :)

เราคงปฏิเสธไม่ได้อ่ะนะคะ ว่าในบ้านของเรานั้น ห้องที่จัดว่าสำคัญไม่แพ้ห้องใด ๆ ในบ้าน ก็คือห้องที่เป็นเสมือนห้องเสบียงที่จะเตรียมความพร้อมด้านอาหารให้สำหรับทุก ๆ คนในครอบครัว ดังนั้น การจัดแต่งห้องครัว ให้มีความสะดวกในการใช้งาน รวมไปถึง ความสวยงาม สะอาด ปลอดภัย และเหมาะสำหรับผู้ใช้งานนั้นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้การจัดห้องอื่น ๆ ภายในบ้าน




 
ห้องครัว ที่ดีนั้น ควรมีการวางแผนการออกแบบอย่างรอบคอบ เพื่อให้ผู้ใช้มีความสะดวกสบายมากที่สุด มีการจัดวางวัสดุอุปกรณ์อย่างเป็นสัดส่วน และที่สำคัญจะต้องคำนึงถึงสุขลักษณะที่ดีอีกด้วย
ห้องครัวในปัจจุบันนั้น สามารถแบ่งได้คร่าว ๆ 4 ประเภทค่ะ


1. ห้องครัวสมัยใหม่

ห้องครัวสมัยใหม่ คือ ห้องครัว ที่มีลักษณะไม่เหมือนใคร มีจุดเด่น เน้นความทันสมัย แต่เรียบง่ายไม่หวือหวา การออกแบบรูปทรงยึดหลักของเส้นเรขาคณิต โดยใช้การจัดวางที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน นอกจากนี้วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ภายในห้องครัวสมัยใหม่นั้นจะต้องเป็นอุปกรณ์ที่อำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ที่จะช่วยให้การทำอาหารภายในห้องครัวไม่ยุ่งยาก และมีความรวดเร็ว ซึ่งห้องครัวในลักษณะนี้จะเหมาะกับคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวงเป็นส่วนใหญ่





2. ห้องครัวแบบไทย


ครัวไทย นั้นถือได้ว่าเป็นรูปแบบ ห้องครัว ที่สามารถใช้งานหนักได้ค่ะ เช่น การตำวัตถุดิบในการปรุงอาหาร การโขลก หรือการสับ เป็นต้น ตามแบบฉบับวิถีชีวิตของคนไทย การออกแบบจึงนิยมแยกส่วนออกไปต่างหาก เพื่อไม่ให้มีเสียงดังหรือกลิ่นฉุนรบกวนส่วนต่างๆ ภายในบ้าน วางโครงสร้างด้วยวัสดุปูน เพื่อรองรับการใช้งานอย่างเต็มที่ และอาจตกแต่งด้วยกระเบื้องลายสวยต่างๆ ที่มีความทนทาน และทำความสะอาดง่าย





3. ห้องครัวสำหรับโชว์


แน่นอนว่า ห้องครัว ในรูปแบบนี้ จะไม่ถูกใช้งานอย่างแท้จริง 100% เพราะต้องคำนึงถึงความสวยงามที่สามารถบ่งบอกรสนิยมของเจ้าของบ้านได้ค่ะ โดยมีการออกแบบให้สามารถเชื่อมต่อไปสู่ส่วนอื่น ๆ ของบ้านได้อย่างลงตัว เน้นบรรยากาศที่ถ่ายเทสะดวก โล่ง โปร่ง ไม่ทึบและอึดอัด วัสดุอุปกรณ์ที่เลือกใช้ก็ถูกเลือกอย่างพิถีพิถัน เช่น ชั้นวาง ตู้กับข้าว โต๊ะกลางห้อง ฯลฯ ที่ดูเข้าชุดกันอย่างสวยงาม หรือมีการเล่นระดับในส่วนของพื้น ห้องครัวให้ดูมีเสน่ห์มากขึ้น ทั้งนี้อาจจัดบริเวณติดตั้งเคาน์เตอร์ กับเก้าอี้สูงแบบทันสมัยไว้ภายในห้อง ซึ่งห้องครัวในลักษณะนี้จะเหมาะกับคนที่มีพื้นที่บ้านพอสมควร





4. ห้องครัวแบบกึ่งสำเร็จรูป และแบบสำเร็จรูป

ห้องครัว ในลักษณะนี้ เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีจำนวนจำกัด เช่น คอนโดมิเนียม อพาร์ทเม้นท์ หรือบ้านขนาดไม่ใหญ่มาก มีความง่ายในการติดตั้ง และสามารถหาซื้อได้สะดวก เพียงแต่ต้องคำนวณและวัดระยะขนาดของพื้นที่ที่จะทำการสร้างห้องครัวลักษณะให้รอบคอบ เพื่อการเลือกซื้อที่เหมาะสม รวมไปถึงความเข้ากันของสีสันภายในบ้าน หรือห้องโดยรวมด้วยค่ะ





ขอบคุณที่มา http://ห้องครัว.net/

การปรับพื้นที่ก่อนการสร้างบ้าน


การปรับพื้นที่ก่อนการสร้างบ้าน


วันนี้บ้านแสนรักนำสาระความรู้มาฝากกันอีกเช่นเคยอ่ะนะคะ (สำหรับคนรักบ้านคงยังไม่เบื่อกันเนาะ) และเรื่องราววันนี้ก็เป็นเรื่องราวที่ เพื่อน ๆ ที่กำลังคิดจะสร้างบ้านในที่ดินของตัวเอง มองข้ามไปไม่ได้เลยเช่นกัน นั่นก็คือ การปรับพื้นที่ก่อนการสร้างบ้าน นั่นเองค่ะ




จะว่าไปแล้ว สิ่งที่สำคัญประการแรก ก่อนที่จะทำการ สร้างบ้าน นั่นก็คือการปรับพื้นที่ สำหรับบ้านจัดสรรของโครงการต่าง ๆ นั้น ส่วนใหญ่ ระดับของที่ดินก็จะใช้ได้เพราะเขาได้ปรับพื้นที่ดินก่อนทำการปลูกบ้านทุกแปลงให้เรียบร้อยแล้ว แต่หากที่ดินของเราเป็นของตนเอง ก่อนการสร้างบ้านก็คงต้องมีการปรับพื้นที่ให้เรียบร้อยเสียก่อนดังต่อไปนี้ค่ะ

1.ถ้าเป็นที่ดินที่สูงกว่าระดับถนนอยู่แล้ว ก็ถือว่าใช้ได้อ่ะนะคะ แต่ถ้ายังไม่ราบเรียบก็ควรจะปรับพื้นที่เสียก่อน เพื่อจะทำการก่อสร้างได้อย่างสะดวก เมื่อ ก่อสร้างบ้าน เสร็จเรียบร้อยแล้ว ค่อยทำการปลูกต้นไม้หรือจัดสวนในภายหลัง

2.หากที่ดินของเราต่ำกว่าถนน ก็ควรถมเพื่อปรับระดับที่ดินให้สูงกว่าถนนเสียก่อนค่ะ ประการแรกก็คือ ปรับเพื่อป้องกันปัญหาเรื่องน้ำท่วม แต่การถมที่ปรับระดับนั้น ไม่แนะนำให้ถมจนสูงเกินไปนะคะ เพราะจะยากลำบากในการทำถนนเข้าสู่ตัว บ้าน ควรให้สูงกว่าถนนประมาณครึ่งเมตรก็เพียงพอแล้วค่ะ หรือจะดูจากที่ดินข้างเคียงก็ได้ ซึ่งระดับไม่ควรจะต่างกันมากนัก หากเราถมสูงกว่าเขา ดินของเราก็จะไหลเข้าไปในที่ของคนอื่น ทำให้ต้องเสียเงินทำรั้วหรือเขื่อนกั้นเพื่อป้องกันไม่ให้ดินไหลออกไป ยิ่งถ้าถมสูงมาก ๆ ก็ยิ่งต้องทำเขื่อนกั้นสูงขึ้นตามไปด้วย หากความสูงต่างกันมากระหว่างด้านในกับด้านนอก รั้วก็อาจเอียงและล้มเอาได้ง่าย ๆ อ่ะนะคะ

3.ในการถมที่ดินนั้น ไม่ว่าจะบดอัดดินให้แน่นขณะถมสักเท่าไหร่ ดินก็จะยังทรุดตัวลงวันยังค่ำค่ะ เพราะการบดอัดนั้นทำไม่ได้ 100% เมื่อเวลาผ่านไป ดินก็จะเกิดการทรุดตัวลงอยู่ดี จนกว่าจะไม่มีโพรงหรือช่องว่างเหลืออยู่ การยุบตัวของที่ดินนั้น ต้องอาศัยเวลาเป็นปีกว่าจะเข้าที่อ่ะนะคะ ดังนั้นการปล่อยให้ดินยุบตัวจนแน่นก่อน การปลูกบ้าน ยิ่งนานก็ยิ่งดีค่ะ ปัญหาพื้นคอนกรีตบางแห่งทรุดตัวก็เพราะเหตุที่ผู้สร้างบ้านรีบร้อนที่จะทำการก่อสร้างนั่นเองอ่ะนะคะ

4.หากที่ดินเรากว้างขวางมาก เราก็ไม่จำเป็นต้องถมดินจนเต็มพื้นที่ก็ได้ค่ะ อาจจะเหลือพื้นที่ส่วนหนึ่งเอาไว้ทำสระน้ำ หรือบ่อน้ำเพื่อเอาไว้ใช้ทำสวน ทำให้ประหยัดค่าถมเป็นได้อีกทางหนึ่ง

5.ไม่ควรถมดินด้วยวัสดุอื่น เช่น หินลูกรัง หรือทราย อ่ะนะคะ เพราะเป็นวัสดุที่ไม่เหมาะสำหรับการปลูกต้นไม้ แม้ว่าหินลูกรังจะถมแน่นได้ดี ไม่ทรุดตัว แต่ราคาก็แพงเป็นเงาตามตัวด้วย หากอยากได้ความแน่นของเนื้อดินก็ให้เลือกใช้ถมเป็นบางส่วน เช่น ถมส่วนที่เป็นถนน หรือโรงรถ สำหรับทรายนั้น จะถูกกว่าและแน่นกว่าดินค่ะ แต่ก็จะมีปัญหาเรื่องทรุดตัวเช่นกัน ไม่เหมาะสำหรับการถมในที่สูง เพราะถ้าใต้ดินมีโพรงเมื่อใด ทรายก็จะไหลออกจากที่ของมันได้ทันทีอ่ะนะคะ

การสร้างบ้านในที่สูง


ผมว่าหลายคนคงจะคิดเรื่องการสร้างบ้านในที่สูง ไม่ก็การยกพื้นให้สูง ดังนั้นแบบบ้านยกพื้น หรือที่เราเรียกว่าแบบบ้านยกสูง จึงกลายมาเป็นทางเลือกกันดับต้นๆ ของคนที่ต้องการจะสร้างบ้านใหม่ในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นที่เชียงใหม่หรือที่กรุงเทพมหานคร ที่ต่ำหรือที่สูง การทำบ้านชั้นเดียวยกพื้นนั้นดูจะเป็นแบบบ้านที่อยู่ในใจใครหลายคน เพราะบ้านชั้นเดียวเหมาะกับคนในยุคปัจจุบันที่มีครอบครัวไม่ใหญ่มาก แต่ก็ไม่ต้องยกจากพื้นก็จะดูตกต่ำไปหน่อย หากคุณกลัวน้ำท่วมปีหน้าอีกรอบ เลยอยากจะปลูกบ้านใหม่เลย แต่ไม่รู้ว่าจะเลือกแบบบ้านแบบไหนดีที่ไม่โดนน้ำท่วม ขอบอกว่าลองเลือกแบบบ้านชั้นเดียวยกสูงดีไหม รับรองน้ำไม่ท่วม เข้าห้องส้วมได้ทุกเวลา ไม่มีปัญหาน้ำเข้าบ้าน เรามาลองดูแบบบ้านชั้นเดียวยกสูงกันดีกว่า


บ้านชั้นเดียวเล่นระดับ หรือ บ้านชั้นเดียวยกสูง นั้นมีข้อดีกว่าบ้านชั้นเดียวแบบไม่เล่นระดับอยู่หลายประการค่ะ ประการแรกคือ เราสามารถแบ่งพื้นที่การใช้สอยห้องต่างๆ ได้ง่ายและลงตัวกว่า อีกทั้งการยกใต้ถุนสูง หรือยกพื้นสูง ยังทำให้มีอากกาศถ่ายเทไหลเวียนบริเวณใต้ถุนบ้าน ทำให้บ้านเย็นขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการทำให้บ้านเย็นขึ้นต้องประกอบด้วยปัจจัยหลายอย่างนะคะ เช่น ทำหลังคาทรงสูง จั่วสูง ใส่ฉนวนกันความร้อนเหนือฝ้าเพดาน จะสังเกตได้ว่า บ้านไม้ที่มีใต้ถุนสูงในสมัยก่อน จะเย็นกว่าบ้านปูนสมัยนี้ค่ะ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้น อีกทั้งด้วยความที่พื้นบ้านเป็นไม้กระดานแบบเปิดร่อง ลมเลยพัดผ่าน ไหลเวียนได้ง่าย ไม่เก็บกักความร้อน

การออกแบบบ้านชั้นเดียวยกสูงให้เน้นความเรียบง่าย ไม่ยุ่งยาก เน้นพื้นที่ใช้สอย ทุกพื้นที่ของพื้นบ้านถูกใช้ได้อย่างคุ้มค่าไม่ต้องตกแต่งเสาบ้านให้สิ้นเปลือง ไม่ต้องมีลูกเล่นอะไร แต่ออกแบบให้ด้านหน้าบ้านดูมีมิติไม่แข็งเกินไป ยกพื้นทั้งบ้านและที่จอดรถยนต์เลยทีเดียว เพื่อป้องกันทรัพย์สินได้ระดับนึง หากคุณอยากจะออกแบบบ้านชั้นเดียวยกสูง ด้วยความเรียบของตัวบ้าน ทำให้ประหยัดมากสำหรับค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง ไม่ทำให้คุณกระเป๋าฉีกไปได้เลย อีกทั้งยังหนีน้ำท่วมโลกได้อีกด้วย 

เรือนกระจก


HEVTA บริการ - รับสร้างบ้าน เรือนกระจก ห้องกระจก บ้านกระจก โดยหลักการสำคัญ 9 ประการในการสร้างบ้าน แบบ บ้านเรือนกระจก แบบบ้าน ประหยัดพลังงาน

Material for Structureวัสดุที่ใช้ในการสร้างโครงสร้าง บ้านเรือนกระจก จะมีอยู่ด้วยกัน 3 ประเภท ได้แก่ ไม้ โลหะ และ upvc ยูพีวีซี ซึ่งมีข้อจำกัด และข้อดีข้อเสีย แตกต่างกันดังนี้
1.1 Wood ไม้ จะมีความยืดหยุ่นสูงกว่า โลหะ และเป็นฉนวนกันความร้อนที่ดี ไม่ทำให้บ้านเรือนกระจก ร้อน ส่วนความแข็งแรงจะน้อยกว่า โลหะ และจะต้องการดูแลรักษาสูงเนื่องจากจะ ผุกร่อนตามธรรมชาติง่าย ต้องทาสีบ่อย
1.2 ส่วนของ Metal โลหะ จะมีความแข็งแรงมากกว่า วัสดุตัวอื่นๆ แต่จะมีการผุกร่อน ได้ง่ายกว่า โลหะจะมีการรับ และเก็บความร้อนภายในตัว
1.3 วัสดุใหม่ที่ได้รับความนิยมมากในประเทศยุโรป คือ uPVC ยูพีวีซี เนื่องจาก โครงสร้าง ยูพีวีซี จะมีการเสริมเหล็ก อยู่ภายในเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งเหมือนโลหะ และจะใช้โพรไฟล์ ยูพีวีซี อยู่ด้านนอก เพื่อป้องกันการผุกร่อนของเหล็ก เพิ่มการรับแรงกดอัดจากภายนอก เปรียบเหมือน คอนกรีตที่หุ้มเหล็ก อยู่ภายใน ส่วนการบำรุงรักษาก็สะดวกสบาย เนื่องจากโพรไฟล์ ยูพีวีซี จะยืดหยุ่นสูง และทนทานต่อแสงแดด ไม่นำความร้อน ดังนั้น บ้านเรือนกระจก สมัยใหม่จึงนิยมจะใช้ โครงสร้างที่เป็น ยูพีวีซี เป็นส่วนใหญ่

Glass Wallวัสดุที่ใช้ในส่วนของ ผนัง และกำแพง เนื่องจากวัสดุโปร่งแสงที่นิยมใช้มากที่สุดจะเป็นกระจก ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 4 ประเภท ดังนี้
2.1 กระจกธรรมดา เมื่อแตกจะเป็นปากฉลาม มีความคมสูง แต่ราคาไม่แพง เหมาะกับสร้างผนังของบ้านเรือนกระจก ที่นิยมจะมีกระจกใส กระจกสีเขียวตัดแสงยูวี ซึ่งจะทำให้บ้านเรือนกระจก ไม่ร้อน
2.2 กระจกลามิเนต มีแผ่นฟิมล์เคลือบอยู่ตรงกลาง แมื่อแตกตัวกระจกจะเกาะติดกับแผ่นฟิมล์ ไม่หลุดออกมา
2.3 กระจกนิรภัย หรือกระจกเทมเปอร์ เป็นกระจกผ่านความร้อนสูง จะทำให้วัสดุกระจกมีความแข็งแรงมากกว่ากระจกธรรมดา เมื่อแตกจะเป็นเม็ดเล็กๆ มีความคมน้อย
2.4 กระจกสองชั้น มีช่องว่างที่เป็นอากาศอยู่ตรงกลาง มีความหนาสูง ราคาแพง มีความแข็งแรง และเป็นฉนวนกันความร้อนที่ดี


Roofวัสดุที่ใช้ในส่วนของ หลังคา กระจกนิรภัย แผ่นโพลีคาร์บอเนต แผ่นหลังคาแบนน้ำหนักเบา ซึ่งจะมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันดังนี้ กระจกนิรภัย จะให้แสงแดดส่องเข้ามาได้สูง และจะทำให้บ้านร้อน แต่จะมีความโปร่งใสทำให้มองออกไปชมวิวภายนอกได้ง่ายกว่า ส่วนของ แผ่นโพลีคาร์บอเนต จะมีความใสไม่เท่ากระจก แสงแดดเข้ามาได้ยากกว่า เวลาฝนตกจะมีเสียงดังมากกว่าวัสดุทั้งสองชนิด ส่วนของแผ่นหลังคาแบนน้ำหนักเบา จะมีความทึบสูงไม่สามารถมองทะลุได้ กันแสงแดดได้ดี เหมาะสำหรับ ส่วนที่ไม่ต้องการรับแสงแดดจากด้านบนหลังคา

Window Decoration วัสดุที่ใช้ในการลดความร้อนภายใน บ้านเรือนกระจก เนื่องจากวัสดุที่ใช้จะโปร่งแสงทำให้แสงแดดเข้ามาภายในตัว บ้านเรือนกระจกได้สูง ส่วนของวัสดุที่นิยมใช้กัน เช่น การติดฟิมล์กรองแสง ผ้าม่าน และมู่ลี่ จะทำให้แสงแดดผ่านเข้ามาน้อยลง

Location ทำเลที่ตั้ง ทิศทางในการวาง บ้านเรือนกระจก ควรวางด้านทิศตะวันออก ซึ่งได้ตั้งแต่ทิศเหนือ ไปทางตะวันออก และจากทิศตะวันออก ไปทิศใต้ โดยทิศนี้จะมีการรับแสงแดดในช่วงเช้า เวลากลับบ้านมาในตอนเย็นทิศนี้จะไม่ร้อน

Opening of Window and Door บานประตู หน้าต่าง ของบ้านเรือนกระจก ควรมีการกำหนดช่องเปิด หน้าต่าง ไว้ทั้งสี่ทิศทางของตัว บ้านเรือนกระจก เพื่อเป็นการเปิดให้อากาศร้อนภายในเรือนกระจก ได้ระบายออก

Wind Blow การกำหนดทิศทางลม ซึ่งจะเป็นตัวช่วยให้บ้านเรือนกระจก เย็นสบายโดยอากาศธรรมชาติ

Glow Tree การปลูกต้นไม้ เพื่อเป็นล่มเงาให้กับบ้านเรือนกระจก และทำให้รู้สึกสบายตายามมองออกมานอกบ้าน

Wire Inside การติดตั้งสายไฟฟ้า โทรศัพท์ และเครื่องปรับอากาศ ควรจะต้องบอกตำแหน่งให้ก่อนในการก่อสร้าง บ้านเรือนกระจก จะได้มีการคำนวณการรับแรง และเดินท่อสายไฟ เข้ามาภายในเพื่อความสวยงาน ของ บ้านเรือนกระจก

 
รับสร้างบ้าน
 
HEVTA บริการ - รับสร้างบ้าน ออกแบบบ้าน ต่อเติมบ้าน เรือนกระจก ห้องกระจก บ้านกระจก จัดสวนสวย กับกลยุทธ์ในการ รับสร้างบ้าน พร้อมแบบบ้านสวยๆ แบบบ้าน ประหยัดพลังงาน ด้วยราคาไม่บานปลาย มีวิธีการเตรียมงาน ดังต่อไปนี้

1.  ทำการเลือก บริษัทรับสร้างบ้าน home builder หรือ จะเป็น สถาปนิกรับออกแบบบ้าน architect design อิสระไม่เป็นรูปแบบบริษัท ก็ได้ สามารถหาดูได้จากเว็ปไซด์ หนังสือบ้านและสวน แม็กกาซีน หรือ สถาปนิก แนะนำจากเพื่อนบ้านของท่าน
2. ควรกำหนดงบประมาณในการสร้างบ้าน home building budget พร้อมกับรูปแบบบ้าน หรือ สถาปัตยกรรม ที่ท่านต้องการเป็นแนวทางการตกแต่งบ้านด้วย เช่น บ้านเดี่ยว 2 ชั้น มี 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ พร้อมห้องแม่บ้าน และสวนสวย กับ สระว่ายน้ำ เป็นต้น
3.  งบสำหรับการ ตกแต่งบ้าน home decoration หรือ ตกแต่งภายใน interior design ถ้ามีงบจำกัดควรจะหาแบบบ้าน และ การตกแต่งบ้าน จากหนังสือบ้านและสวน หรือ เว็ปไซด์ก่อน พร้อมราคาโดยประมาณ ก่อนลงมือสร้างบ้าน เพื่อให้ได้แบบบ้าน ที่ท่านต้องการ พร้อมการตกแต่งภายใน ที่สวยงามโดยไม่ต้องใช้ สถาปนิก ที่สำคัญ อย่าลืมกำหนดขนาดของทางเดิน ห้องนั่งเล่น ห้องอาหาร ห้องนอน ห้องพักผ่อน และ ห้องน้ำ
4.  การเลือกวัสดุที่ใช้ในการสร้างบ้านที่สำคัญ building material สำหรับบ้านเดี่ยวทั่วไป เช่น หลังคา ประตู หน้าต่าง รั้วบ้าน กำแพง กระจก กระเบื้อง พื้นไม้ เครื่องสุขภัณฑ์ เครื่องครัว เป็นต้น ถ้าใช้ สถาปนิกออกแบบบ้าน ก็อย่าลืมบอกชนิดของวัสดุที่อยากได้ เพื่อให้ทาง บริษัทสถาปนิก หรือ บริษัทรับสร้างบ้าน คำนวณขนาด และราคา ค่าก่อสร้างให้โดยประมาณก่อนลงมือสร้างบ้านจริง
5.  เมื่อได้แบบบ้านสวยๆ จากสถาปนิก ตามที่ท่านต้องการแล้ว ควรจะเปิดให้ประมูณงาน contractor auction สำหรับ ผู้รับเหมารับสร้างบ้าน หรือ บริษัทรับสร้างบ้าน เพื่อพิจารณาราคาเปรียบเทียบ ของบริษัทรับสร้างบ้าน หรือ ผู้รับเหมาสร้างบ้าน ควรจะมีการกำหนดมาตราฐานในการสร้างจากแบบบ้าน ให้ชัดเจน ถ้าราคาที่ได้จาก บริษัท รับสร้างบ้าน เป็นที่น่าพอใจ ก็ลงมือสร้างได้เลย
6.  ขั้นตอนในการสร้างบ้าน home construction จะเริ่มจากขุดดิน หรือถมดิน ในพื้นที่งานก่อสร้าง เมื่อได้พื้นที่ขุด หรือถมดิน ตามที่ต้องการแล้ว จะเริ่มการตอกเสาเข็ม ซึ่งจะมีเสาเข็มตอก สำหรับพื้นที่โล่ง ไม่ติดเพื่อนบ้าน และ เสาเข็มเจาะ สำหรับพื้นที่สร้างใกล้กับโครงสร้างบ้านข้างๆ ขนาดของเสาเข็ม และความลึกในการตอกควรมีการกำหนดไว้ก่อนในขั้นตอนออกแบบบ้าน ซึ่งขึ้นอยู่กับดินในพื้นที่แต่ละจังหวัดของประเทศไทย เช่น เขตกรุงเทพสำหรับบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ควรตอกเสาเข็มที่ความลึก ประมาณ 19-21 เมตร
7.  การสร้างฐานราก foundation พร้อมกับการขึ้นโครงสร้างเสา column และคาน beam ของงานรับสร้างบ้าน เพื่อให้ได้ตามรูปแบบบ้านที่ออกแบบไว้ จำเป็นจะต้องได้ระยะห่างระหว่างเสาบ้าน ตามแบบบ้าน ควรตรวจสอบระยะห่างระหว่างเสา และคาน ก่อนการเทปูน พร้อมกับตรวจสอบขนาดของเหล็กเส้น และจำนวนของเหล็กเส้น ที่ได้ตามแบบบ้าน ที่สถาปนิก ออกแบบบ้าน และวิศวกร ออกแบบโครงสร้างบ้าน
8.  ตรวจสอบขนาด และจำนวนของรูป วงกบ ประตู หน้าต่าง หรือช่องเปิด windows and doors ที่ได้ ออกแบบ พร้อมกับวัสดุที่ใช้ในการทำ ประตู หน้าต่าง เช่น ไม้ จะต้องวางวงกบ ประตู หน้าต่าง ไม้ ไว้ก่อนที่จะทำกำแพงบ้าน ส่วน วงกบ อลูมิเนียม ไวนิล หรือ upvc จะทำการก่อสร้างกำแพงเสร็จแล้วค่อยมาติดตั้งที่หลัง
9.  โครงหลังคาบ้าน roof structure สำหรับบ้านเดี่ยว 2 ชั้น นิยมออกแบบเป็น โครงหลังคาเหล็ก ซึ่งใช้งานง่าย แข็งแรงทนทาน โดยใช้วัสดุมุงหลังคา ตามที่ สถาปนิก ออกแบบบ้าน กำหนด ส่วนพื้นที่ภายในบ้านที่ต้องการแสงสว่าง ก็สามารถทำเป็น หลังคาโปร่งแสง เช่น หลังคากระจก หลังคา โพลีคาร์บอเนต หรือ กระเบื้องหลังคาโปร่งใส
10.  ขั้นตอนสุดท้าย คือการตกต่างภายในบ้าน interior design เริ่มจากการทำเฟอร์นิเจอร์ ทำพื้นไม้ กระเบื้อง หรือ พื้นหินอ่อน ทำห้องน้ำ ห้องครัว เริ่มใส่วงกบ ประตู หน้าต่าง ติดตั้งพร้อมกระจก  ทาสีบ้าน พร้อมส่งงาน สำหรับบ้านหรู ที่มีพื้นที่สวนมาก ควรจะมีภูมิสถาปนิก landscape architect ช่วยในการออกแบบสวนสวยด้วย 
รับสร้างบ้านกำแพงกระจก ประตูบานเลื่อนผนังกระจก
 
HEVTA กับการเปรียบเทียบ ข้อดีข้อเสียในการสร้างบ้าน โดยบริษัทรับสร้างบ้าน สถาปนิกออกแบบบ้าน และผู้รับเหมา รับสร้างบ้าน
  1. บริษัทรับสร้างบ้าน home building มีหลายบริษัทสามารถหาได้จากสมาคมรับสร้างบ้าน จะมีแบบบ้าน ที่ออกแบบมาให้เลือกมากมาย ทั้งแบบบ้านหรู บ้านทรงยุโรป บ้านชั้นเดี่ยว บ้านไม้ บ้านประหยัดพลังงาน พร้อมทั้งราคาในการก่อสร้าง สามารถเลือกวัสดุ กำหนดขนาดบ้าน ตามที่ท่านต้องการได้
  2. สถาปนิกออกแบบบ้าน architect design จะได้แบบบ้านที่มีเอกลักษณ เป็นแบบบ้านที่ท่านออกแบบเองร่วมกับ สถาปนิก สามารถใส่ความหรูหรา หรือ คลาสสิกของท่านได้ตามที่ต้องการ สถาปัตยกรรม หรือ รูปแบบบ้าน จะเป็นในลักษณะที่ท่านอยากได้ สามารถเลือกขนาด ชนิดของวัสดุก่อสร้าง ได้หลากหลาย
  3. ผู้รับเหมารับสร้างบ้าน contractor จะได้ราคาไม่แพง มีหลายบริษัท สามารถหาได้ในแต่ละพื้นที่ มีความชำนาญในพื้นที่ และมีประสพการ์ณจริงในการสร้างบ้าน วัสดุที่ใช้เจ้าของบ้านสามารถหาซื้อได้เอง ไม่ต้องผ่านผู้รับเหมา เหมาะกับท่าน ที่มีเวลาในการสร้างบ้าน และเลือกวัสดุตามร้านวัสดุก่อสร้างได้มากมาย
คีออสคีออส สำเร็จรูป

HEVTA กับงาน home decoration ต่อเติมบ้าน ตกแต่งบ้าน ตกแต่งภายในบ้าน วัสดุกันความร้อน วัสดุประหยัดพลังงาน ที่เลือกใช้ในการก่อสร้าง เพิ่มพื้นที่ใช้สอยแบบประหยัดภายในบ้านของท่าน
  1. ต่อเติมห้องกระจก บ้านกระจกสวยๆ glass housesใช้วัสดุกันความร้อน upvc และกระจกสีเขียว ตัดแสง uv ในการป้องกันความร้อน
  2. ต่อเติมกันสาด canopy หรือ หลังคา roof สามารถใช้เป็น หลังคาไม้ระแนง ไม้ไวนิล โดยวัสดุที่ใช้ในการมุงหลังคา สามารถเลือกได้ คือ หลังคากระจก skylight กันสาดโพลีคาร์บอเนต เป็นต้น
  3. ต่อเติมหลังคาโรงรถ garage สามารถใช้ ไม้ระแนง lattice ทำเป็นซุ้มไม้เลื้อย pergola และที่จอดรถได้
  4. ต่อเติมห้องครัว kitchen สำหรับบ้านที่มีอยู่แล้ว อาจต้องการทำห้องครัวเพิ่ม สามารถใช้ หลังคาโพลีคาร์บอเนต หรือ หลังคากระจก นิยมต่อเติมด้านหลังบ้าน
  5. ต่อเติมห้องนั่งเล่น living room หรือ ห้องรับแขก guess room สามารถใช้วัสดุกันความร้อน upvc ทำเป็น สกายไลท์ หลังคากระจก เพื่อให้มุมมองของสวนสวย และท้องฟ้า เพิ่มบรรยากาศธรรมชาติเข้าภายในห้องรับแขก ของบ้าน
ตกแต่งภายในประตู หน้าต่าง บานเลื่อนหลังคา กระจก นิรภัย

HEVTA กับงานออกแบบ ตกแต่งภายในบ้าน interior design โดยใช้ ประตู หน้าต่าง upvc กระจกสีเขียว ตัดแสง uv และ กระจก 2 ชั้น กันเสียง เป็น วัสดุประหยัดพลังงาน วัสดุกันความร้อน ช่วยประหยัดพลังงาน ลดภาวะโลกร้อน
  1. ประตูบานเฟี้ยม หรือ ประตูบานเฟี๊ยม folding door กั้นระหว่างห้องเหมาะกับการตกแต่งภายในบ้าน ที่ต้องการแบ่งพื้นที่ห้องภายในบ้าน ให้เป็นสัดส่วน และสามารถเชื่อมต่อกันได้ง่ายเมื่อต้องการพื้นที่เพิ่มเติม
  2. ประตู กระจก บานเลื่อน sliding glass door กับการตกแต่งภายในบ้าน เป็น บานเลื่อน ห้องน้ำ ควรใช้ กระจกนิรภัย เป็นกระจกเทมเปอร์ ซึ่งเมื่อแตกจะไม่บาดมือ จะแตกเป็นเม็ดข้าวโพด
  3. ประตูบานแขวน ประตูบานเลื่อนแขวน hanging door เหมาะสำหรับตกแต่งภายในบ้าน โดยใช้กั้นระหว่างทางเดิน เพื่อกำหนดพื้นที่บ้านให้เป็นสัดส่วน และกั้นห้องสำหรับเปิดเครื่องปรับอากาศ ทำให้ประหยัดค่าไฟฟ้า
  4. หลังคากระจก skylight glass roof เป็นการตกแต่งภายใน เพื่อเพิ่มพื้นที่ภายในบ้าน ไม่ให้ดูทึบ ทำให้ภายในบ้านดูโปร่งโล่งสบาย มองเห็นธรรมชาติจากสวนสวยของท่าน ควรใช้วัสดุ upvc กับกระจกสีเขียว ตัดแสง uv หรือ กระจกนิรภัย เป็นกระจกลามิเนตสำหรับหลังคากระจก
  5. กำแพงกระจก ผนังกระจก curtain wall นิยมใช้ในการตกแต่งภายในบ้าน บริเวณโถงกลางบ้าน หรือ บริเวณบันไดทางเดินขึ้นชั้นสอง เป็นการใช้แสงธรรมชาติ และทำให้พื้นที่ภายในบ้านไม่ทึบแสง สามารถมองออกไปนอกบ้านได้ ถ้าต้องการความปลอดภัยสูง ควรใช้กระจกนิรภัย แบบกระจกเทมเปอร์ หรือกระจกลามิเนต ซึ่งจะมีความแข็งแรงมากกว่ากระจกธรรมดา
  6. บานเลื่อนแขวน hang sliding door ใช้ร่วมกับ แผงบังตา shade เพื่อทำให้เกิดแสงเงาตกสะท้อน จากแสงแดด เพิ่มบรรยากาศโรแมนติก สำหรับใช้ในการตกแต่งภายในบ้าน เหมาะสำหรับทางพื้นที่หันไปทางด้านทิศตะวันตก เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอย และป้องกันแสงแดดจากทางด้านทิศตะวันตก
ต่อเติมบ้าน ระเบียงบ้านต่อเติมบ้าน ระเบียงบ้าน ห้องนั่งเล่น ห้องกระจก
 
HEVTA รับออกแบบ ต่อเติมบ้าน ระเบียงบ้าน ห้องนั่งเล่น ห้องกระจก ติดตั้ง โดยใช้ uPVC กับ กระจกนิรภัย กระจกกันความร้อน กระจกกันเสียง ช่วยประหยัดพลังงาน ประหยัดค่าไฟฟ้า ลดภาวะโลกร้อน
 
 กั้น ห้องกระจก ต่อเติมบ้าน ระเบียงบ้านรับสร้าง บ้านกระจก แบบบ้าน เรือนกระจก ต่อเติม ห้องกระจก สวยๆ
 
HEVTA รับสร้าง บ้านกระจก แบบบ้าน เรือนกระจก ต่อเติม ห้องกระจก สวยๆ โดย สถาปนิก จาก เฮฟต้า สามารถใช้ กระจกอลูมิเนียม อลูมิเนียมกระจก เป็นส่วนประกอบของส่วนห้องกระจก หลังคา แบบโปร่างแสง หรือ ทึบแสง โดยใช้ หลังคาชิงเกิ้ล หรือ หลังคากระจก กันความร้อน กันเสียง กันนํ้า ต่อเติม ระเบียงบ้าน เป็นห้องนั่งเล่น หรือห้องรับแขก โดยใช้ วัสดุจาก เฮฟต้า กั้น ห้องกระจก สวยๆ โดยไม่ต้องใช้งานปูน ไม่เลอะเทอะ สะดวกรวดเร็ว
 
กั้น ห้องกระจก แบบ ห้องกระจก สวยๆต่อเติม ห้องกระจก กั้น ห้องกระจก นั่งเล่น สวยๆ
 
HEVTA ต่อเติม ห้องกระจก ห้องนั่งเล่น ห้องรับแขก สวยๆ กั้นห้องกระจก ด้วย เฮฟต้า upvc กับ กระจกกันความร้อน กระจกกันเสียง ติดลูกฟัก สวยงาม กันโขมย โดยใช้ กระจกสองชั้น กระจกสูญญากาศ ช่วยป้องกันความร้อน ความเย็น ไม่ให้ออกจากตัวบ้าน ทำให้ประหยัดค่าไฟฟ้า ลดโลกร้อน ใช้ เฮฟต้า upvc กับ กระจกกันความร้อน คู่กับ แบบบ้าน ประหยัดพลังงาน ห้องกระจก กลางสวนสวย เป็นการจัดสวน แบบ บ้านและสวน โดยเอาสวนมาอยู่ภายในบ้าน
 

บ้านไทยคือระบบการก่อสร้างสำเร็จ


๕๑๒. บ้านไทยคือระบบการก่อสร้างสำเร็จ (Prefabricate) ยุคที่ ๑
ในปัจจุบันเมื่อแรงงานหายากขึ้นและเครื่องจักรกลเข้ามามีบทบาท การก่อ สร้างบ้านจึงใช้ชิ้นส่วนสำเร็จรูปมากขึ้น เช่น ระบบพื้นสำเร็จรูป ประตูหน้าต่างสำเร็จรูป เป็นต้น ซึ่งก็ไม่แตกต่างกับระบบการก่อสร้างบ้านไทยในอดีตมากนัก เพราะคนไทยเราใช้ ภูมิปัญญาทำส่วนต่างๆของตัวบ้านให้เป็นชิ้นส่วนสำเร็จรูปมาแต่โบราณ โดยทำชิ้นส่วน ต่างๆให้สำเร็จบนพื้นดินเสียก่อน ไม่ว่าจะเป็นพื้น โครงหลังคา ประตูหน้าต่าง หรือฝา ผนัง เมื่อตรวจสอบทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะยกขึ้นประกอบบนเสาที่ตั้งขึ้นมา เข้าลิ้นเข้าเดือยโดยไม่มีการตัดแต่งใหญ่ และไม่มีการใช้ตะปูในการก่อสร้าง ทำให้บ้าน ไทยสามารถสร้างได้อย่างรวดเร็วด้วยการร่วมแรง “ลงแขก” กันทำงาน ดังเช่นเรือนขุน แผนที่มีบันทึกไว้ว่า เริ่มก่อสร้างตอนตีห้าและก่อสร้างสำเร็จเสร็จสิ้นตอนหนึ่งทุ่ม ภูมิ ปัญญาที่พอเหมาะพอดีของการประกอบชิ้นส่วนสำเร็จรูปของบรรพบุรุษไทยนี้ ทำให้ เรือนไทยสามารถเคลื่อนย้ายหรือรื้อลงมาเก็บรักษาไว้ได้ ทำให้ยังมีอาคารบ้านไทยที่ เป็นไม้หลงเหลืออยู่ให้ลูกหลานไทยได้ศึกษาและชื่นชมจนถึงปัจจุบัน

ภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทยในการสร้างเรือน


 ภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทยในการสร้างเรือน
ภายใต้ความร่วมมือจากหนังสือพิมพ์รางวัลลูกโลกสีเขียว
หนังสือพิมพ์สำหรับคนรักษ์ป่าและสิ่งแวดล้อมกับวิชาการดอทคอม
 http://www.pttplc.com/TH/Default.aspx




          เมื่อกล่าวถึงเรือน ไทย   หลายท่านคงจะนึกถึงเรือนไทยติดริมน้ำ   ใต้ถุนยกสูง   ผนังไม้ฝาปะกน   และมีหลังคาจั่วทรงสูง   ในความเป็นจริงแล้ว   เรือนไทยสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท   ด้วยการใช้หลักการใช้การใช้วัสดุในการก่อสร้างเป็นตัวแปร   ดังนั้นจึงสามารถจำแนกประเภทของเรือนไทยเป็นเรือนเครื่องผูก   เรือนเครื่องสับ และเรือนเครื่องก่อ


          เรือนเครื่องผูก นั้นเป็นการใช้ไม้ไผ่หรือไม้ขนาดเล็กนำมาประกอบยึดด้วยเชือกเข้าด้วยกันเป็น โครงสร้าง ตัวเรือน   โดยไม่จำเป็นต้องใช้ตะปูยึดเป็นที่พักอาศัยแบบง่ายๆ

          เรือนเครื่องก่อ เป็นการสร้างอาคารให้มีความคงทนถาวร   มีอายุการใช้งานได้นานโดยการก่ออิฐถือปูนโดยจะเป็นการสร้างและออกแบบอาคาร เพื่อทางศาสนาและพระราชวังเป็นหลัก

          ส่วนเรือนเครื่องสับ เป็น รูปแบบของเรือนไทยที่ยกฐานะของตัวเอง   เป็นการพัฒนาการก่อสร้างจากเรือนเครื่องผูก ด้วยการใช้ไม้จริง และการนำเอาเทคโนโลยีการแปรรูปของไม้ เช่น การใช้มี ขวาน เลื่อย สิ่ว กบ ค้อน มาปรับแต่งไม้   ถากไม้ให้เป็นรอยสับ รูเจาะ เป็นร่อง เข้าเดือย และเข้าลิ้น แล้วนำไม้ที่แปรแล้วมาประกอบเป็นตัวเรือน

  

          และเมื่อกล่าวถึงการประหยัดพลังงานกับเรือนไทยนั้น   ก่อนอื่นต้องขอยกตัวอย่างบรรพบุรุษไทยที่สามารถปรับเปลี่ยนสภาพเรือนที่อยู่ อาศัย   และการแก้ปัญหาเพื่อให้ดำรงอยู่ได้ในสภาพต่างๆ ที่เกิดจากภัยธรรมชาติ เช่น การยกใต้ถุนสูงเพื่อหลีกหนีจากภัยน้ำท่วม   มีหลังคาทรงสูง เพื่อระบายน้ำฝนให้เร็ว เป็นต้น   คราวนี้เรามาดูกันว่าเราสามารถปรับการใช้สอยของอาคารเรือนไทยให้เข้ากับที่ อยู่อาศัยในปัจจุบันได้อย่างไร   โดยคำนึงถึงการประหยัดพลังงาน


          การยกใต้ถุนสูงนั้น   เป็นการหนีเรื่องปัญหาน้ำท่วมของคนโบราณ   และยังได้ใช้ประโยชน์ของใต้ถุนด้วยการนั่งพักผ่อน ทำงานจักรสาน ทานข้าว เก็บของ และเลี้ยงสัตว์   การยกใต้ถุนนั้นก็เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก   สามารถนั่งทำกิจกรรมได้โดยไม่ต้องเปิดแอร์   และยังสามารถหนีน้ำท่วมในฤดูน้ำหลากได้อีกด้วย   ในปัจจุบันหลายๆ พื้นที่ในเมืองไทยยังไม่สามารถหนีปัญหาน้ำท่วมได้   ถ้าการออกแบบบ้านสามารถยกพื้นสูงได้จะเป็นการดี

          ชานเรือนนั้นเป็นตัวเชื่อมของเรือนนอนแต่ละหลังเข้าด้วยกัน   เป็นตัวสร้างกิจกรรมภายในครัวเรือนให้เกิดขึ้นเป็นการให้แขกบ้านแขกเรือน เข้ามานั่งพูดคุย   เรือนไทยบางหลังก็ยังปลูกต้นไม้ใหญ่กลางชานบ้าน   เพื่อให้เกิดร่มเงาในบ้านเป็นการลดความร้อนในระดับหนึ่ง   พื้นที่ของชานเรือนก็ปูด้วยไม้เว้นระยะให้ลมจากใต้ถุนบ้านลอดเข้ามา   และยังเป็นการระบายน้ำฝนให้ออกจากตัวเรือนชานได้รวดเร็วอีกด้วย


          การปลูกไม้กระถาง และอ่างบัวบนชานเรือน   เป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษโดยแท้   เพราะนอกจากความสวยงามของการปลูกไม้กระถามแล้ว   ต้นไม้ยังผลให้เกิดความร่มรื่นและคายออกซิเจนเข้าสู่ตัวบ้าน   ส่วนอ่างบัวนั้นมีไว้เพื่อระบายความร้อน   น้ำในอ่างเมื่อโดนแดดหรือความร้อนก็จะระเหยกลายเป็นไอ   และเมื่อลมพัดก็จะเกิดอากาศที่เย็นสบายเข้าสู่ตัวบ้าน

          ช่องแมวลอด   เป็นช่องระหว่างชนเรือนกับพื้นเรือน   เป็นช่องที่นำลมจากใต้ถุนบ้านเข้ามาสู่ชานบ้าน   ทำให้บริเวณชานบ้านเย็นสบาย   และเมื่อยกพื้นสูงขึ้นเป็นช่องแมวลอดแล้วระดับความสูงนั้นก็พอดีกับการนั่ง ได้อย่างสบาย

          ชายคาบ้านเรือนไทยนั้น   จะทอดยาวเพื่อเป็นการบังแดดและลดอุณหภูมิอีกระดับหนึ่งก่อนการเข้าไปในห้องนอน

          ฝาบ้าน   เรือนไทยเองนั้นมีฝาบ้านหลากชิดแล้วแต่ประโยชน์ใช้สอยในพื้นที่ต่างกัน   เช่นฝาสำรวม ที่ทำด้วยไม้ไผ่หรือไม้กระบอกที่สานกันเป็นโครงสร้างแล้วกรุด้วยแฝกทำให้ อาการถ่ายเทได้สะดวก   เหมาะที่จะใช้กับเรือนครัวเพื่อระบายควัน

          ฝาไหล   เป็นการนำฝาไม้ตีเว้นช่องสลับกัน 2 ฝา วางอยู่บนรางไม้   เมื่อเลื่อนมาเหลื่อมกันก็จะเป็นฝาผนังทึบ   เมื่อเลื่อนฝาออกมาซ้อนกันก็จะทำให้เกิดเป็นช่องว่างทำให้ลมและแสงเค้ามาใน ตัวเรือนได้

          ฝาเกล็ด   เป็นฝาไม้กระดานมาตีปิดเป็นแนวนอนกับไม้โครงคร่าว   โดยวางให้ไม้กระดานเหลื่อมกันเป็นลำดับคล้ายเกล็ดปลา   บ้านในสมัยปัจจุบันสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ด้วย   การเว้นช่องระหว่างบานไม้คล้ายกระจกบานเกล็ด   ทำเป็นหน้าต่างไม้บานเกล็ด   สามารถให้ลมไหลผ่านได้   และเป็นการบังสายตาจากภายนอก

          การปลูกต้นไม้ใหญ่   เพื่อลดความร้อนที่เข้ามากระทบกับตัวเรือน   ควรปลูกต้นไม้ตามแนวแดดอ้อมใต้   คือปลูกด้านทิศตะวันออก ทิศใต้ และทิศตะวันตก   ส่วนทางทิศเหนือควรเปิดเอาไว้เพื่อรับแสงธรรมชาติ   เพื่อลดการใช้แสงประดิษฐ์ในเวลากลางวัน


          ภูมิปัญญาของบรรพบุรุษในการสร้างเรือนนั้นเป็นการแก้ปัญหาด้วยหลักการง่ายๆ สมควรที่สถาปนิก   และผู้ที่ต้องการสร้างบ้านเพื่อลดการใช้พลังงาน   ควรรับไปพิจารณาและในขณะเดียวกันนั้น   ผู้ที่มีบ้านอยู่แล้ว   สามารถนำแนวความคิดการปลูกเรือนไทย   มาปรับแต่งประยุกต์ใช้ในบ้าน   เพื่อลดการใช้พลังงาน   เช่นการปลูกต้นไม้บังแดดและเป็นการช่วยกรองอากาศอีกทางหนึ่ง   การขุดสระ หรือปลูกบัวกระถางก็เพื่อการระเหยของไอน้ำเพื่อความเย็นในตัวบ้าน และการต่อยื่นชายคาหรือกันสาด   เพื่อลดการกระทบของแสงแดดที่จะเข้ามาในตัวบ้าน   สิ่งเหล่านี้เป็นการถ่ายลดระดับอุณหภูมิก่อนที่จะเข้าสู่ตัวบ้าน   เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยอยู่ในสภาวะอยู่สบาย   เมื่อเข้าถึงตัวบ้าน   ดังนั้นทุกท่านสามารถนำหลักการง่ายๆ   ที่ได้กล่าวมานี้   นำมาปรับใช้ในที่อยู่อาศัยปัจจุบันเพื่อการลดการใช้พลังงานได้อย่างดี


แก้ปัญหาต่างๆ ในการสร้างบ้าน


บ้านชั้นเดียว บ้าน2ชั้น ป้องกันและแก้ไขปัญหาต่างๆ ของการสร้างบ้าน

ธันวาคม 21, 2009
ป้องกัน และ แก้ปัญหาต่างๆ ในการสร้างบ้าน…
1 โครงสร้าง ฐานราก เข็ม
ฐานราก

คือ ส่วนที่ติดกับหัวเสาเข็ม โดยการหล่อให้เป็นตอม่อเพื่อรับโครงสร้างของบ้าน,ส่วนนี้สำคัญมากควรทำตาม แบบวิศวกร ไม่ควรตัดลดเพราะเมื่อมีปัญหาจะแก้ยากมาก เพราะอยู่ใต้ดิน
เข็ม คือ ส่วนที่รับน้ำหนักอยู่ใต้สุดของตัวบ้าน แบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ เข็มตอก กับ เข็มเจาะ

• เข็มตอก มีหน้าตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยม,หกเหลี่ยม หรือรูปตัวไอ วิธีการตอกก็คือ ตอกลงไปด้วยกำลังคน หรือปั้นจั่น ก็ได้จนสุดความยาวของเข็ม
• เข็มเจาะ คือ การเจาะดินลงไปก่อน แล้วหย่อนแม่แบบ เหล็กลงไปใส่เหล็กเสริมแล้วจึงเทคอนกรีตตามลงไปในหลุม เข็มเจาะจะมีราคาสูงกว่าเข็มตอก แต่จะทำให้บ้านข้าง เคียงไม่เดือดร้อน เพราะไม่เกิดแรงสั่นสะเทือนเหมือนเข็มตอก เหมาะสำหรับบ้านที่ปลูกติดกัน

ปูนซีเมนต์แบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ
• ปูนชนิดที่หนึ่ง เป็นปูนที่มีความแข็งแรง มีประสิทธิภาพในการยึดเกาะดีใช้สำหรับทำโครงสร้างที่ต้องการรับน้ำหนัก คือ ปูน Portland Cement เช่น ปูนตราดอกจิก,ตราช้าง จะมีราคาแพงกว่า
• ปูนชนิดที่สอง จะมีความแข็งแรงน้อยกว่า เหมาะ สำหรับงานที่ต้องการความปราณีตเรียบร้อย เช่น งานฉาบปูน หรืองานก่อ ซึ่งการรับน้ำหนัก และการยึดเกาะจะสู้แบบแรก ไม่ได้ คือ ปูนSilica Cement เช่น ปูนตรางูเห่า ตราเสือ จะ มีราคาถูกกว่า
การใช้งานต้องใช้ให้ถูกประเภทของงาน มิฉะนั้นจะ ทำให้เกิดปัญหาในการรับน้ำหนัก หรือการแตกร้าวได้ ซึ่งจะ มีอันตรายมาก
ส่วนผสมของคอนกรีต

สัดส่วนของคอนกรีต จะมีสัดส่วนปูนซีเมนต์ต่อทราย ต่อหิน ดังนี้
สัดส่วน 1 : 1.5 : 3 จะเป็นงานเสาและโครงสร้าง
สัดส่วน 1 : 2 : 4 จะเป็นงานพื้น, คาน
สัดส่วน 1 : 2.5 : 4 จะเป็นงานถนน ฐานราก
ปูน ซีเมนต์ที่ใช้จะต้องถูกต้องตามชนิดของการใช้งาน ทรายและหินต้องสะอาด ขนาดได้ตามที่ต้องการ การตวงวัสดุควรใช้กะบะตวงที่ได้มาตรฐานแทนการ ใช้บุงกี๋ซึ่งไม่แน่นอน
การเทคอนกรีตอย่างถูกวิธี

ก่อน เทควรทำให้พื้นที่ที่จะเทชุ่มชื้นเสียก่อน เพื่อจะ ได้ไม่มาดูดน้ำ จากคอนกรีต ควรเทในขณะที่คอนกรีตยังไม่แข็งตัว เมื่อเทแล้วจะต้องไม่ให้เกิดช่องว่าง หรือเป็นโพรง คือ ต้องเข้าไปทุกซอก ทุกมุม เพื่อให้หุ้มเหล็กที่เสริมอยู่โดย ตลอด วิธีการจะทำโดยการกระทุ้งด้วยมือ หรือจะใช้เครื่องสั่นคอนกรีตก็ได้ วิธีการนี้จะทำให้โครงสร้างมีกำลังรับน้ำหนักได้เต็มที่ และมีผิวสวยงามอีกด้วย
การหล่อโครงสร้างบ้านที่ติดกับดิน

โดย ทั่วไปแล้วผู้รับเหมา มักจะใช้ดินหรือทรายใต้ ท้องคานเป็นแบบที่ใช้หล่อเลย ซึ่งจะทำให้คอนกรีตที่เท ลงไปนั้น จะไม่สามารถหุ้มเหล็กโครงสร้างได้ทั้งหมด ทำให้ไม่สามารถรับแรงได้เท่าที่ควร วิธีที่ถูกต้อง ควรจะเทคอนกรีตหยาบทับหน้าดินหรือ ทราย เพื่อเป็นท้องแบบก่อนจะดีกว่า แล้วใช้ลูกปูนหนุนเหล็กเพื่อให้ปูนสามารถหุ้มเหล็กได้ทั้งหมด ด้วยวิธีนี้จะได้โครงสร้างที่ได้มาตรฐานตามที่ต้องการ
ปัญหาเกี่ยวกับงานโครงสร้าง

ปัญหาส่วนนี้สำคัญมาก ส่วนใหญ่เกิดจาก
1. แบบมีรายละเอียดไม่พอ เช่น ขนาดของเสา และ คาน จำนวนและขนาดของเหล็กเสริมต่างๆ ไม่ชัดเจน จึงทำ ให้ช่างมีโอกาสทำงานผิดพลาดได้
2. ชนิดของคอนกรีตและส่วนผสมต่างๆ ต้องถูกต้อง ตามชนิดของงานที่ใช้ จะใช้ชนิดของงานปูนฉาบไม่ได้
3. โครงสร้างที่หล่อเสร็จแล้ว ต้องเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่มีช่องว่างหรือร่องรอยของหินหรือเหล็กโผล่ให้เห็น เพราะ จะทำให้โครงสร้างรับแรงไม่ได้ดีเท่าที่ควร
4. เมื่อหล่อเสร็จแล้ว อย่าลืมการบ่มคอนกรีต คือ การนำกระสอบที่ชุ่มน้ำมาห่อหุ้มไว้เพื่อป้องกันการแตกร้าว
ปัญหาการทรุดตัวของบ้าน

การ ก่อสร้างเป็นปัญหาที่พบมาก เนื่องจากก่อสร้างจะ ต้องควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดโดยผู้มีความชำนาญ เช่น การ ตอกเสาเข็ม ซึ่งรองรับฐานรากของอาคาร อาจเกิดเข็มแตก เข็มหักอยู่ใต้ดิน ทำให้ไม่สามารถรับน้ำหนักได้ตามที่คำนวณไว้ ปัญหาจากการต่อเติมและดัดแปลง มีการกั้นห้องเพิ่ม เติม มีแนวผนังไม่ตรงแนวคาน ก็เป็นสาเหตุทำให้บ้านทรุดตัว แตกร้าวได้ ปัญหาจากภัยธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว ซึ่งในบ้าน เราพบน้อย เพราะไม่ได้อยู่แนวเคลื่อนตัวของเปลือกโลก ไม่เหมือนในต่างประเทศ
ปัญหาน้ำซึมเข้าบ้าน

ก่อน อื่นต้องทราบสาเหตุการรั่วซึมก่อน อาจจะเกิดจากท่อระบายน้ำที่ฝั่งอยู่ในบ้านแตกร้าว แก้โดยการเปลี่ยนท่อใหม่ ส่วนหลังคาคอนกรีตที่มีท่อระบายน้ำ ควรมีท่อน้ำ ล้นด้วย แต่ถ้ายังเกิดการแตกร้าว วิธีแก้ คือ ปูแผ่นยางกัน ซึมแล้วเททับด้วยคอนกรีตผสมน้ำยากันซึมอีกที อาจจะเกิดรอยต่อของโครงสร้างบ้านระหว่าง คานกับ ผนัง วิธีแก้โดยการสกัดให้เป็นร่อง แล้วอุดด้วยกาวคอนกรีต
ปัญหาการต่อเติมบ้าน

ใน กรณีที่เป็นบ้านชั้นเดียวจะต่อเป็น 2 ชั้น ถ้าตอน ที่สร้างไม่ได้เผื่อเสาเข็มไว้สำหรับ 2 ชั้น ก็ห้ามต่อเติมเป็น 2 ชั้นอย่างเด็ดขาด เพราะอาจพังลงมาก็ได้ ในกรณีที่ต่อเติมบางส่วน ก็ควรปรึกษาวิศวกรก่อน เพราะการออกแบบโครงสร้าง จะเผื่อน้ำหนักปลอดภัยไว้ ถ้าเรามาต่อเติมส่วนนี้บ้านจะไม่ปลอดภัย เพราะจะทำให้โครง สร้างรับน้ำหนักมากเกินไป
วิธีการป้องกันปลวก

ปลวกแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ
1. ปลวกไม้แห้ง เป็นปลวกที่เข้าสู่ตัวบ้านโดยบินเข้ามา หรือที่เรียกว่า “แมลงเม่า” จะอยู่ตามซอกไม้ใต้หลังคา
2. ปลวกใต้ดิน เป็นปลวกที่ทำให้บ้านเสียหายมากที่สุด จะเข้ามาโดยทำเป็นท่อลำเลียงมาจากใต้พื้นดิน
วิธีป้องกันคือ
ใช้น้ำยาทาไม้เพื่อป้องกันปลวกไม้แห้ง
ใช้น้ำยาราดลงไปในดิน เพื่อป้องกันปลวกใต้ดิน
1.2 พื้น
- ประเภทของพื้น
พื้นโครงสร้างไม้

มี ข้อดี คือ น้ำหนักเบา ติดตั้งได้สะดวก รวดเร็ว เป็น งานแห้ง ไม่เลอะเทอะ แต่มีข้อเสียคือ รับน้ำหนักไม่ได้มาก มีเสียงดัง กัน น้ำไม่ได้ และในปัจจุบันไม้ที่ดีหายากและราคาค่อนข้างแพง
พื้นโครงสร้างคอนกรีต
มี ข้อดี คือ มีความแข็งแรง สามารถรับน้ำหนักได้ดี กันน้ำได้ เหมาะสำหรับทำห้องน้ำ หรือชั้นดาดฟ้า วัสดุที่ใช้ ปูผิวมีให้เลือกมาก เช่น ปาร์เก้ กระเบื้องเคลือบ หินอ่อน แกรนิต ข้อเสียคือ เป็นงานเปียก เลอะเทอะง่าย ค่อนข้าง ยุ่งยากในการก่อสร้าง ต้องใช้ช่างที่มีประสบการณ์ ใช้เวลา นานจึงจะใช้งานได้ ต้องมีระยะเวลาบ่มคอนกรีต มีน้ำหนักมาก
พื้นสำเร็จรูป

พื้น สำเร็จรูป คือ แผ่นพื้นคอนกรีตที่หล่อมาจากโรง งานแล้วมาวางตามสถานที่ก่อสร้างได้เลย หลังจากนั้นก็วาง เหล็กเสริมด้านบน โดยมีเหล็กยื่นเข้าไปในคานด้วย แล้วจึง เทปูนทับหน้าอีกทีหนึ่งหนาประมาณ 5 ซม. มีผลดี คือ สามารถก่อสร้างได้สะดวก รวดเร็ว แต่ ห้ามใช้ในพื้นที่ที่โดนน้ำเช่น ห้องน้ำ ระเบียงชั้นดาดฟ้า ควร ใช้พื้นที่หล่อกับที่
ข้อควรระวัง การออกแบบโครงสร้างที่รับพื้นสำเร็จรูปกับพื้นหล่อกับที่ต่างกัน ห้ามเปลี่ยนแปลงเอง นอกจาก จะแจ้งให้วิศวกรแก้ไขปรับปรุงโครงสร้างให้ก่อน
พื้นถนนคอนกรีต

ข้อดี มีความแข็งแรง ทนทาน รับน้ำหนักได้มาก ดูแลรักษาง่าย ไม่ค่อยแตกร้าว
ข้อเสีย ดูแข็งกระด้าง สีไม่สวยงาม การก่อสร้าง ค่อนข้างยุ่งยาก เป็นงานเปียก ถ้าแตกร้าว ซ่อมแซมได้ยาก
พื้นถนนอิฐบล็อค
ข้อดี มีสีสันลวดลายให้เลือกมากมาย การติดตั้งง่าย และสะดวก ถ้าเกิดการแตกหัก หรือการทรุดตัว สามารถแก้ ไขได้ง่าย
ข้อเสีย เกิดการทรุดตัวได้ง่าย รับน้ำหนักได้น้อยกว่า อาจเกิดการแตกหักได้ง่าย การดูแลรักษายากกว่า เพราะมีร่อง และรอยต่อมาก
วัสดุปูพื้น
พื้นปาร์เก้

ข้อดี คือ ให้ความสวยงาม อบอุ่น ดูเป็นธรรมชาติ ราคาไม่แพงมาก ขึ้นอยู่กับชนิดและขนาดของไม้ที่ใช้ มีอายุ การใช้งานได้นาน
ข้อเสีย คือ เกิดรอยขีดข่วนได้ง่าย ติดไฟ ไม่สามารถ ทนความชื้นได้นาน มีปัญหาเรื่องปลวก
พื้นกระเบื้องเคลือบ
ข้อดี คือ มีความแข็งแรง มีแบบและสีสันให้เลือก มากมาย ราคาไม่แพง ดูแลรักษาง่าย
ข้อเสีย คือ มีรอยต่อของแผ่นมาก ดูแข็งกระด้าง ไม่นิ่มนวล จะลื่นเมื่อโดนน้ำ และถ้าโดนของแข็งหล่นทับ อาจแตกร้าวได้
พื้นหินขัด

ข้อดี ดูแลรักษาง่าย ราคาไม่แพง มีลูกเล่น สามารถ ออกแบบให้มีลวดลาย และสีสันได้มาก ไม่มีรอยต่อ
ข้อเสีย ดูแข็งกระด้าง จะลื่นเมื่อเวลาโดนน้ำ การทำ ค่อนข้างยุ่งยาก เป็นงานเปียก ทำให้เลอะเทอะ เวลาแตกร้าว ซ่อมแซมยาก
พื้นกระเบื้องยาง
ข้อดี ราคาถูก ติดตั้งง่าย มีสีสันและขนาดให้เลือก มากผิวดูนุ่มนวลไม่แข็งกระด้าง ซ่อมแซมง่าย
ข้อ เสีย มีรอยต่อมาก อายุการใช้งานไม่นาน ดูไม่ ภูมิฐาน ผิวอ่อน จะมีรอยขูดขีดได้ง่าย ถ้าพื้นคอนกรีตไม่ เรียบ เวลาปูเสร็จแล้วจะดูเป็นคลื่นไม่สวยงาม
หินอ่อน

ข้อดี ดูสวยงามภูมิฐาน มีสีสันให้เลือกมากมาย ดู แลเป็นธรรมชาติ กันน้ำได้ดี ไม่ผุกร่อน มีรอยต่อน้อย
ข้อเสีย ใช้ได้เฉพาะภายในบ้าน และควรอยู่ในส่วน ที่ไม่โดนรอยขีดข่วน มีผิวอ่อน บางชนิดมีราคาแพง
หินแกรนิต
ข้อดี มีความแข็งแกร่ง ทนต่อรอยขีดข่วนได้ดี ใช้ ได้ทั้งภายนอก และภายใน ดูแลรักษาง่าย มีความหรูหรา น่าภูมิฐาน
ข้อเสีย มีราคาค่อนข้างแพง ทำเป็นลวดลายค่อนข้าง ยาก เพราะมีความแข็ง มีสีสันให้เลือกน้อย
การปูพื้นไม้ปาร์เก้

ไม้ ที่นิยมนำมาใช้ปูพื้นส่วนใหญ่จะเป็นไม้สัก เพราะ มีคุณสมบัติ บิดงอน้อย ไม่มีปลวก และมอด มีสีสันลวดลาย สวยงาม ขนาดที่นิยมก็คือ 1 x 4 นิ้ว หรือ 1 x 6 นิ้ว ส่วน ความยาวประะมาณ 80 – 120 ซม. พื้นที่จะปูต้องขัดมันเรียบ
การ ปูเริ่มจากการคัดไม้ที่มีตาออก แล้ววางเรียงแผ่น ไม้ทากาว วางเข้าลิ้น แล้วยึดแผ่นไม้กับพื้นคอนกรีตด้วยตะปู เพื่อรอให้กาวแห้ง เมื่อกาวแห้งจึงตัดหัวตะปู หรือฝังหัวลงไป เพื่อเตรียมการขัดผิวไม้ ซึ่งอย่างน้อยต้องรอประมาณ 5-7 วัน เมื่อขัดผิวไม้จนเรียบแล้วจึงย้อมสีไม้ให้ได้สีตามต้องการ หลัง จากนั้นจึงลงยูรีเทนเคลือบผิวอย่างน้อย 2 ครั้ง เป็นขั้นตอน สุดท้าย
การปูหินอ่อน และหินแกรนิต

พื้นที่ จะปูต้องได้ระดับก่อน และต้องทำให้พื้นห้องที่ จะปูให้มีผิวหน้าหยาบ และขรุขระ ต่อจากนั้นก็ราดน้ำให้ทั่ว แล้วทิ้งไว้ 48 ชั่วโมง จากนั้นก็เทปูนทรายที่ไม่เหลวจนเกินไปรองพื้นก่อน แล้วจึงปูหินอ่อน หรือแกรนิตลงไปให้ได้แนว และกดหินให้ ติดแน่นกับปูน เพื่อให้ได้ระดับที่เสมอกันทุกแผ่น
การปูพื้นอิฐบล็อค

ขั้น แรก ต้องปรับพื้นให้ได้ระดับเสียก่อน ต้องเผื่อ ระดับความสูงของตัวบล็อคด้วย รองพื้นด้วยทรายหยาบหนาประมาณ 5 ซม.ราดน้ำแล้ว บดอัดให้แน่น ปูบล็อคให้ชิดกันห่างประมาณ 2 มม. ใช้ฆ้อนยางเคาะให้แน่น แล้วใส่ทรายลงไปในร่อง กวาดให้ทั่วทิ้งไว้ 7 วันแล้วจึงใช้งาน และถ้าใช้ไปได้ระยะหนึ่ง เกิดการทรุดตัว ก็สามารถ รื้อออกมา เพื่อปรับระดับใหม่ได้
การเลือกกระเบื้องห้องน้ำ

ก่อน อื่นต้องเลือกกระเบื้องให้ถูกชนิดก่อน อย่าลืม ว่าชนิดปูพื้นจะหนากว่าปูผนัง และไม่ควรผิวลื่นจนเกินไป เพราะเมื่อโดนน้ำจะเกิดอุบัติเหตุได้ ขนาดและยี่ห้อของ กระเบื้องพื้นและผนังควรจะเหมือนกัน เพราะเวลาปูแล้วรอย ต่อจะตรงกันไม่น่าเกลียด ส่วนสีสันก็แล้วแต่ชอบ ถ้าห้องเล็ก ก็ควรใช้สีใกล้เคียงกัน และอย่าให้มีลวดลายมาก จะทำให้ ดูห้องใหญ่ขึ้น เมื่อปูเสร็จแล้วควรเก็บชนิดกระเบื้องไว้จำนวน หนึ่ง เพื่อซ่อมแซมในอนาคต เพราะเมื่อถึงเวลานั้นขนาดและ สีที่เลือก อาจจะไม่ได้ผลิตแล้วก็ได้
ปัญหาพื้นคอนกรีตแตกร้าว

สาเหตุ ที่พื้นแตกร้าวก็คือ เกิดจากการบดอัดดินในบริเวณที่จะเทคอนกรีตไม่แน่นพอ จึงเกิดการทรุดตัว ทำให้ รอยต่อระหว่างพื้นกับผนังแตกร้าวอีกกรณีหนึ่งก็คือ พื้นบางเกินไป ควรจะเทหนาอย่าง น้อย 5 ซม.และต้องไม่ลืมใส่เหล็กตะแกรงด้วย ส่วนผสมคอนกรีตก็มีความสำคัญ อัตราส่วนของปูน ทราย และหิน ก็คือ 1 : 2 : 4
การซ่อมกระเบื้องห้องน้ำ

ต้อง สกัดปูนเก่าที่ใช้ปูกระเบื้องเดิมออกให้หมด ปัดฝุ่นออกแล้วพรมน้ำให้ชุ่ม ทิ้งไว้จนเกือบแห้ง แล้ว ใช้ปูนซีเมนต์ขาวผสมน้ำให้ข้นเหนียวปาดใส่เข้าไปให้เสมอ กับผิวเดิม นำแผ่นกระเบื้องใหม่ มาใส่ปูนซีเมนต์ด้านหลังแล้วกดลงไปในส่วนที่ชำรุดเดิม เคาะผิวบนเบาๆ เพื่อให้เสมอกับ แนวกระเบื้องเดิม ทิ้งไว้ 1 – 2 วันก็สามารถใช้งานได้
การซ่อมกระเบื้องยาง

กระเบื้อง ยางที่โดนน้ำหรือความชื้นบ่อยๆ ก็จะหลุด ล่อนได้ วิธีแก้ไขคือ ใช้เตารีดลงบนแผ่นกระเบื้องที่บิดงอ โดยใช้แผ่นอลูมิเนียมฟอยล์รองระหว่างเตารีดกับแผ่นกระเบื้อง เมื่อหายงอแล้ว ก็ใช้กาวที่ใช้สำหรับติดกระเบื้องยาง โดยเฉพาะทาบนพื้น แล้วกดกระเบื้องยางให้สนิท ใช้ผ้าแห้ง เช็ดกาวส่วนที่เลอะออก หาของมาทับ ทิ้งไว้จนกว่าจะแห้ง หลังจากนั้นก็สามารถใช้งานได้
1.3 ผนัง
ผนังอิฐมอญ

หรือเรียกว่า อิฐแดง จะมีขนาดเล็ก การก่อจะ เสียเวลามาก มีน้ำหนักมาก ราคาจะแพง แต่มีความแข็งแรง ทนทาน
ผนังอิฐบล็อค
จะมีความเปราะแตกง่าย มีน้ำหนักเบา ถ้าก่อ เป็นผนังของอาคารหลายชั้น จะทำให้ประหยัดโครงสร้างได้ มาก ราคาจะถูกกว่า
การก่อผนังอิฐ

ก่อน อื่นต้องนำอิฐไปแช่น้ำ เพื่อเวลาก่ออิฐ น้ำปูนจะ ได้ไม่โดนดูดออกไป เมื่อก่อเสร็จทิ้งไว้สักระยะหนึ่ง เพื่อให้ ผนังระบายความร้อนออกมา แล้วจึงเริ่มฉาบปูน การฉาบต้องใช้ปูนทรายทำปุ่มขึ้นมาบนผนัง และตรง มุม เพื่อแสดงแนวความหนาของปูนฉาบ ซึ่งจะทำให้เรียบสม่ำ เสมอกัน ไม่หนาเกินไปจนทำให้ปูนฉาบแตกได้ และสัดส่วน ของปูนฉาบต้องถูกต้อง หลังจากนั้น ทิ้งผนังให้แห้งสนิทก่อน จึงทาสีได้
สาเหตุการแตกร้าวของผนังปูนฉาบ

1. อาจเกิดจากชนิดของปูนซีเมนต์ไม่เหมาะสมกับ ประเภทงานฉาบผนัง และสัดส่วนการผสมปูนฉาบ
2. ผสมปูนขาวมากไป ตามปกติช่างจะผสมปูนขาว ลงไปเล็กน้อยในปูนฉาบ เพราะจะทำให้ลื่นฉาบง่าย แต่ถ้า มากเกินไปก็จะแตกร้าวได้
3. การเตรียมงานฉาบไม่ดีพอ ผนังก่ออิฐจะดูดซึม น้ำได้มาก ถ้าไม่มีการราดน้ำให้ชุ่มก่อน ก็จะเป็นสาเหตุให้ เกิดการแตกร้าวได้
4. ผนังก่ออิฐไม่สม่ำเสมอ จะทำให้ปูนฉาบมีความ หนาไม่เท่ากัน ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง
การซ่อมผนังด้วยกาวคอนกรีต

พื้นที่ ที่จะใช้ต้องแห้งสนิทปราศจากฝุ่นและคราบน้ำมัน อย่าฉาบลงบนพื้นที่ที่เปียกอยู่ ถ้าเป็นรอยแตกร้าว ควรสกัดให้ผิวกว้างพอประมาณ เมื่อกาวคอนกรีตแข็งตัว จะรับแรงได้เล็กน้อยในเวลา 2-3 ชม. แต่จะรับแรงเต็มที่ ต้องให้ครบ 72 ชม. ในกรณีที่เกิดรอยร้าวจากการทรุดตัวของตัวบ้านต้องใช้เมื่อหยุดการทรุดตัว แล้ว มิฉะนั้นจะแตกร้าวอีก กาวชนิดนี้ยังสามารถใช้กับการรั่วซึมของกระเบื้องหลังคาได้ด้วย
สาเหตุที่ผนังภายนอกแตกร้าว

ผนัง ภายนอก เมื่อถูกแสงแดดมากๆ ก็จะสะสมความ ร้อน ทำให้ปูนขยายตัว เกิดการแตกร้าวได้ ถ้าเป็นผนังที่กำลังก่อสร้าง ก็ควรเซาะร่องแบ่งพื้นที่ ให้เล็กลง เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวปูนดันกันแตก การซ่อมแซม ควรใช้วัสดุที่มีความยืดหยุ่นอุดเข้า ไปในส่วนที่แตกร้าว เพื่อให้ขยายตัวได้ ส่วนการแตกร้าวที่เกิดจากการทรุดตัวของโครงสร้าง จะแก้วิธีนี้ไม่ได้ เพราะถ้าแก้แล้วก็จะแตกร้าวอีก
การแก้ผนังแตกร้าวที่เกิดจากวัสดุต่างชนิดกัน

สำหรับ วัสดุที่ต่างชนิดกัน เช่น คอนกรีตเสริมเหล็กกับผนังก่ออิฐเมื่อเวลาเราฉาบปูน วัสดุทั้ง 2 ชนิด จะมีความ แตกต่างในการดูดความชื้นไม่เท่ากัน จึงทำให้เมื่อฉาบปูนเสร็จ แล้ว จะเกิดรอยแตกร้าวในบริเวณนี้ วิธีแก้ไขก็คือ ก่อนการฉาบปูนในบริเวณนี้ ควรปู ด้วยตะแกรงเหล็กตาข่ายก่อน เพราะเมื่อฉาบปูนแล้วจะทำ ให้เกิดการยึดเกาะดีขึ้น ทำให้ไม่แตกร้าว และวิธีนี้ยังสามารถ ใช้ได้กับบริเวณที่เดินท่อประเภทต่างๆได้ด้วย
ผนังยิบซั่มบอร์ด

ผนัง ยิบซั่มมีคุณสมบัติในเรื่องของการติดตั้งได้สะดวก มีความแข็งแรงทนทาน มีความสามารถในการป้องกันไฟ ป้อง กันเสียง อีกทั้งยังป้องกันความร้อนได้ นอกจากนั้นเป็นวัสดุที่ มีน้ำหนักเบา คือ ประมาณ 30 กิโลกรัม/ตารางเมตร สามารถ ต่อเติมผนังได้ทุกส่วนของบ้านโดยไม่ทรุดตัว และที่สำคัญใน เรื่องของความเรียบได้ระนาบของผนัง ไม่ก่อให้เกิดความเลอะ เทอะ เพราะเป็นระบบแห้งและไม่มีปัญหาผิวผนังแตกร้าวเหมือน กับผนังก่ออิฐฉาบปูน สามารถตกแต่งทาสี ติดวอลล์เปเปอร์ได้ สวยงาม เหมาะสำหรับใช้ในอาคาร
ผนังยิบซั่มบอร์ดกับการป้องกันไฟ

วัสดุ ที่นำมาสร้างบ้าน ควรเป็นวัสดุทนไฟ้ได้นานอย่างน้อย 1 ชั่วโมง โดยเฉพาะ ผนังห้องเพื่อถ่วงเวลาให้คนหนีออกมาได้ก่อนการลุกลามของไฟ หากต้านทานได้ไม่ดีพอ จะทำให้อุณหภูมิภายนอกที่เกิดเพลิงไหม้ มีความร้อนสูงถึงจุดที่สิ่งของจะสามารถลุกไหม้ ได้เองโดยไม่ต้องมีเปลวไฟ ผนังยิบซั่มมีคุณสมบัติในการป้องกันไฟได้ดีผนังยิบซั่มที่มี ความหนาขนาด 12 มม.และ 15 มม. สามารถทนไฟได้ตั้งแต่ 1/2 ถึง 4 ชั่วโมง เนื่องจากเนื้อยิบซั่มมีผลึกน้ำเมื่อเวลาโดนไฟ น้ำจะระเหยออกมาเป็นการต้านทานการส่งผ่านความร้อนไปอีกด้านหนึ่งของผนัง ด้วยคุณสมบัติดังกล่าวผนังยิบซั่มจึงเหมาะสำหรับใช้ในการป้องกันไฟได้เป็น อย่างดี
การติดตั้งผนังยิบซั่มบอร์ด

การติดตั้งผนังยิบซั่มบอร์ดให้มีความแข็งแรง ทนทาน เหมาะสมกับการใช้งาน มีวิธีดังนี้
1. ควรใช้โครงเคร่าเหล็กชุบสังกะสี ที่มีความหนาอย่าง น้อย 0.55 มม. และมีขนาดหน้าตัดอย่างน้อย 76 x 32 มม. ทั้งโครงเคร่าตัวตั้งและตัวนอน ความหนาของแผ่นยิบซั่มอย่าง น้อย 12 มม. ระยะห่างโครงเคร่าไม่ควรเกิน 60 ซม.
2. โครงเคร่าเหล็กชุบสังกะสี ต้องได้มาตรฐานอุตสาห กรรม โดยตรวจสอบกับบริษัทผู้ผลิตที่เชื่อถือได้ สำหรับพุกที่ใช้ ยึดกับโครงสร้างอาคาร หรือพื้นควรเป็นพุกเหล็ก EXPANSION BOLT
3. หากต้องการความแข็งแรงมากขึ้น ก็สามารถเลือก ใช้โครงเคร่าเหล็กที่มีขนาดหน้าตัดที่ใหญ่ขึ้น หรืออาจเพิ่มความ หนาของแผ่นยิบซั่มเป็น 15 มม. หรือใช้แผ่นซ้อนกัน 2 ชั้นก็ ได้ นอกจากนี้ยังสามารถร่นระยะห่างโครงเคร่าจาก 60 ซม. เป็น 40 ซม.
การทำผนังบ้านเพื่อป้องกันความร้อนและเสียงรบกวน

สามารถ ทำได้หลายวิธีด้วยกัน เช่น ทำกระจกสองชั้นประกบกัน โดยเว้นช่องว่างตรงกลางเอาไว้ หรืออาจจะทำผนังเป็นแผ่นอคูสติกบอร์ดแต่สองแบบที่กล่าวมาอาจจะมีราคาสูง แต่มีอีกวิธีหนึ่งที่ราคาไม่สูงมากและทำเองได้ คือ การยึดแผ่นไมโครไฟเบอร์ติดกับผนังเดิม แผ่นไมโครไฟเบอร์จะช่วยดูดซับเสียงและความร้อนที่ผ่านผนังชั้นนอกเข้ามา ทำให้อุณหภูมิภายในห้องนั้นลดลงเสียงรบกวนก็จะน้อยลงซึ่งจะประหยัดพลังงาน ไฟฟ้า ในส่วนเครื่องปรับอากาศเหมาะสำหรับห้อง HOME THEATER ห้องฟังเพลงหรือห้องนอน
การปูกระเบื้องโมเสคบนที่สูง

การ ปูกระเบื้องโมเสค โดยทั่วไปจะปูด้วยปูนผสม กับทราย หรือถ้าดีขึ้นมาอีกหน่อยก็จะปูด้วยซีเมนต์ขาว ซึ่ง จะมีคุณสมบัติแห้งช้า ทำให้มีเวลาจัดแต่งแนวกระเบื้องให้ เรียบร้อยสวยงามมากยิ่งขึ้น แต่ในกรณีที่จะต้องปูโมเสคบนที่สูง เช่น ผนังบ้าน หรือส่วนยอดของบ้าน ที่ดีที่สุดควรปูด้วยกาวชนิดพิเศษสำหรับ ปูโมเสคโดยเฉพาะ กาวชนิดนี้จะมีคุณสมบัติในการยึดเกาะสูง มาก เมื่อปูแล้วยากที่จะหลุดร่อนลงมา เพราะเมื่ออยู่บนที่สูง ถ้าหลุดลงมาอาจจะเป็นอันตรายมาก แต่การปูด้วยกาวควรจะ วางแผนการปู้ให้ดี เพราะถ้ากาวแห้งแล้วจะไม่สามารถแกะออก มาได้ หรือถ้าแกะออกได้ก็จะทำให้กระเบื้องโมเสคเสียหาย
ปัญหา “วอลล์เปเปอร์” ขึ้นรา

มี สาเหตุมาจากความชื้น ซึ่งอาจจะมาทางพื้น ฝ้า เพดาน หรือผนัง ซึ่งมีท่อฝังไว้เกิดการรั่วซึม หรือผนังที่ติด กับห้องน้ำที่มีความชื้นได้เช่นกัน วิธีแก้ไข ก็คงต้องลอกส่วนที่ขึ้นราออก แล้วแก้ไข สาเหตุที่ทำให้เกิดความชื้นเสียก่อน เมื่อแก้เรียบร้อยแล้ว จึงเรียกช่างมาปิดวอลล์เปเปอร์ทับอีกทีหนึ่ง แต่ต้องเป็นลาย เดียวกัน
สีน้ำพลาสติค

สี น้ำพลาสติคผลิตจากวัตถุดิบจำพวก “โพลีไวนิล อะซิเตท” สีน้ำพลาสติคที่ดีจะต้องผสมสารที่ป้องกันเชื้อรา หรือผงสีชนิดที่ทนทานต่อแสงแดดและการเช็ดล้าง สีชนิดนี้ ใช้ได้ดีกับผนังปูนฉาบคอนกรีต หรือกระเบื้องแผ่นเรียบ ใช้ ได้ทั้งภายนอกและภายในอาคาร มีสีต่างๆ ให้เลือกมากมาย และราคาค่อนข้างประหยัด
สีอะครีลิดกึ่งเงา

สี ที่ใช้ทาภายนอกอาคารโดยทั่วไปจะใช้สีน้ำพลาสติค ชนิดอะครีลิค 100 % เพราะเป็นสีที่ทนต่อทุกสภาพอากาศ แต่สีชนิดนี้จะมีผิวที่ด้าน ซึ่งเป็นสาเหตุของการจับยึดของฝุ่น ละอองและคราบสกปรกในอากาศ ถ้าหากต้องการหลีกเลี่ยง ความสกปรกดังกล่าวใช้สีอะครีลิคชนิดกึ่งเงาแทน เพราะสีชนิด นี้เนื้อสีจะลื่น ทำให้พื้นผิวเป็นฟิล์มเรียบลดการจัดยึดของฝุ่น ละอองและคราบสกปรกต่างๆ แต่เนื่องจากผิวเงาอาจเป็น สาเหตุของการเกิดลอนคลื่นบนผนังฉาบปูน เมื่อโดนแสงส่อง ฉะนั้นผิวปูนฉาบจะต้องเรียบสนิท สำหรับผนังภายในที่ต้องการ ความสะดวกในการทำความสะอาด เช่น ห้องครัว การใช้สีชนิด นี้ในการทาผนังและฝ้าเพดาน ก็จะช่วยลดปัญหาในการทำความ สะอาดได้
สีนูน

สี นูนจะประกอบจากอะครีลิคเรซินของซิลิกาและควอตซ์ ซึ่งทำให้พื้นผิวมีลวดลายและสวยงาม ทั้งยังช่วยในการยึดเกาะ กับพื้นผิวได้ดี สำหรับผิวผนังที่มีรอยร้าวหรือฉาบปูนไม่เรียบ ก็ สามารถกลบเกลื่อนได้ กรรมวิธี จะใช้การพ่นหรือลูกกลิ้งก็ได้ โดยทำบนผิว คอนกรีต แผ่นยิบซั่ม หรือกระเบื้องแผ่นเรียบก็ได้ และใช้ได้ทั้ง ภายนอกและภายใน
สีอีพ็อกซี่

สี อีพ็อกซี่เป็นสีสำหรับกันสนิมทนต่อกรดและด่างได้เป็นอย่างดี สามารถกันน้ำซึมได้ทาได้หนาๆ โดยสีไม่ย้อย ทาง่าย แห้งเร็ว เหมาะสำหรับใช้ทาโลหะและคอนกรีต เช่น ทาเรือ ท่อน้ำประปาและกระเบื้องหลังคา
สีทาไม้

สำหรับ ไม้ที่ต้องการทาสี สีที่ใช้ควรเป็นสีน้ำมัน หรือ สีที่ใช้ทาไม้โดยเฉพาะ ถ้าเป็นสีอะครีลิค 100 % จะช่วยใน การยึดเกาะที่ดี และยืดหยุ่นไม่แตกร้าวเวลาไม้เกิดการยืดหดตัว
สำหรับไม้ที่ต้องการโชว์ ลายไม้ ส่วนใหญ่จะใช้แลคเกอร์ หรือเชอร์แลค แต่ทุกวันนี้เรามีสารที่เรียกว่า “โพลียูรีเทน” ซึ่ง ช่วยในการป้องกันเนื้อไม้ได้ดีกว่า ทั้งยังให้ความเงางามอีกด้วย
สำหรับโครงไม้ต่างๆ ที่อยู่ด้านในไม่ต้องทาแลคเกอร์ หรือสีน้ำมัน แต่ต้องทาน้ำยากันปลวก
วิธีการทาสี

ใน กรณีที่เตรียมพื้นผิวที่จะทาไม่ดีพอ หรือผิวไม่เรียบ การใช้แปรงทาจะทำให้สีสัมผัสกับผิวผนังในซอกมุมต่างๆ ได้ ดีกว่าการใช้ลูกกลิ้ง แต่ในพื้นที่มากๆ การใช้ลูกกลิ้งจะสะดวกกว่า ทาได้ เร็วกว่า และยังใช้กับประเภทสีที่มีลวดลายต่างๆ ที่สวยงามได้ เช่น สีนูน แต่จะใช้ปริมาณของสีมากกว่าการใช้แปรงเล็กน้อย
ปัญหาสีลอก

สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการเตรียมผิวไว้ไม่ดี เช่น
1. ไม่ทิ้งผนังไว้ให้แห้งสนิทพอ
2. มีฝุ่นเกาะมาก ไม่ทำความสะอาดให้ดีพอ ต้อง ขัดและล้างน้ำให้สะอาด
3. ผนังมีสภาพเป็นกรด เป็นด่าง สำหรับผนังพื้น ผิวใหม่ จะมีสภาพเป็นกรด ก่อนทาสีจะต้องรองพื้นด้วยสี รองพื้นปูนกันด่าง ซึ่งทำมาจากอะครีลิคเรซิน
4. ทาสีไม่ครบจำนวนครั้งที่บริษัทสีระบุ
สำหรับพื้นผิวเก่าที่ขึ้นรา ต้องขัดล้างด้วยน้ำยาฆ่า เชื้อรา แล้วใช้น้ำล้างให้สะอาดก่อนทา
ปัญหาสีผนังส่วนที่ติดพื้นดินหลุด

เกิด จากความชื้นใต้ดินที่ซึมผ่านขึ้นมาที่ผนัง มีวิธี ป้องกันต้องทำ ก่อนที่จะเทพื้น โดยปูแผ่นพลาสติคบนพื้นที่ ปรับระดับ แล้วจึงวางเหล็ก เทพื้นคอนกรีตที่ผสมน้ำยากันซึม และก่อนการปูวัสดุปูผิวต้องผสมน้ำยากันซึมในส่วนปูนทราย ที่ใช้สำหรับปรับผิว อีกวิธีหนึ่ง คือ การยกพื้นชั้นล่างให้สูงขึ้น ก็จะช่วย เรื่องความชื้นได้ สำหรับอาคารที่สร้างมาแล้ว วิธีแก้ไขคงทำ ได้ยาก แต่ก็มีวิธีที่พอจะบรรเทาได้ โดยทำผนังส่วนที่ติดดิน เป็นผิวปูนขัดมันสูงขึ้นมา 10 – 15 ซม. แล้วค่อยเริ่มทาสี โดยใช้สีในส่วนที่ฐานผนัง เป็นสีชนิดกันเชื้อรา
ประเภทของหน้าต่าง

หน้าต่าง ที่เรารู้จักกันก็มีบานเลื่อน เมื่อเปิดแล้วจะได้ช่องหน้าต่างเพียงครึ่ง เดียว แต่ไม่กินพื้นที่ด้านนอก แต่ฝนสาดได้บานกระทุ้ง การรับลมอาจได้ไม่เต็มที่ แต่เมื่อเปิด แล้วตัวบานจะทำหน้าที่เป็นกันสาดในตัวบานพลิก เมื่อเปิดแล้วจะได้ช่องเปิดเต็มที่ สามารถ ทำความสะอาดได้สะดวก แต่กินพื้นที่ทั้งข้างในและข้างนอก
หน้าต่างบานเกล็ด

การทำหน้าต่างบานเกล็ดควรคำนึงถึง
1. ไม่ควรทำช่องหน้าต่างมีขนาดกว้างมาก ไม่ว่าบานเกล็ด จะทำด้วยวัสดุชนิดใดก็ตาม ไม้ อลูมิเนียม หรือกระจก เพราะจะ แอนตัว บิดงอ และแตกง่าย แต่ถ้าจะใช้วัสดุให้มีขนาดหนาขึ้น ก็ ทำให้มีน้ำหนักมาก อุปกรณ์ที่ใช้เปิดปิดจะทำงานหนักและเสียเร็ว
2. หน้าต่างบานเกล็ดกันฝนไม่ค่อยได้ เพราะไม่มีบังใบ ถ้าฝนสาดแรงๆ น้ำฝนจะตีย้อนเข้ามาภายในบ้านได้ วิธีแก้โดย ให้มีรอยซ้อนกันของเกล็ดให้มากๆ
3. หน้าต่างบานเกล็ดเสี่ยงภัยต่อขโมยเข้าบ้านมาก เพราะ เพียงแค่ง้างอลูมิเนียมที่ยึดติดบานเกล็ดออก ก็สามารถดึงบาน ออกมาได้ ถ้ามีความจำเป็ต้องติดจริงๆ ก็สมควรต้องติดเหล็ก ดัดกันขโมยด้วย
ประตูไม้อัด

ข้อดี คือ ราคาถูก น้ำหนักเบา มีขนาดมาตรฐาน มากมาย ควรใช้เฉพาะภายในบ้าน
ข้อเสีย คือ ไม่ค่อยแข็งแรง ไม่สามารถใช้ในส่วนที่ โดนน้ำได้ โดยเฉพาะในห้องน้ำ หรือส่วนที่เปิดออกไปภาย นอก ซึ่งจะโดนฝนตลอด
ประตูไม้จริง
ข้อดีคือ มีความทนทาน แข็งแรง สวยงาม โดย เฉพาะไม้สัก และไม้มะค่า สามารถใช้กับประตูที่เปิดออก สู่ภายนอกซึ่งโดนฝนได้
ข้อเสีย คือ ราคาค่อนข้างแพง มีน้ำหนักมากกว่า มีขนาดให้เลือกไม่มากนัก ถ้าต้องการแบบเฉพาะอาจต้อง สั่งทำ
ประเภทของประตูไม้อัด

ประตู ไม้อัดที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้ แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ชนิดแรก คือ ประตูไม้อัดธรรมดา ใช้กับประตูห้องทั่วไป ชนิดที่สอง คือ ประตูไม้อัดทนความชื้น ซึ่งจะใช้กับส่วนที่โดนน้ำเป็นบางครั้ง เช่น ห้องน้ำส่วนที่แห้ง ประตูที่เปิดออกสู่ภายนอกบ้านที่โดนฝนไม่มาก แต่ถ้าโดนน้ำ ทุกๆ วัน ก็จะผุได้
ประตูไม้สังเคราะห์

ปัจจุบัน ไม้เป็นวัสดุก่อสร้างที่หายาก ราคาแพง จึง ได้มีการผลิตประตูไม้สังเคราะห์ขึ้นมา โดยนำเอาเศษไม้ที่ เหลือใช้มาบดย่อยให้เป็นเส้นใยไม้ แล้วนำมาผสมกับเรซิน อัดประสานกันเป็นแผ่นภายใต้แรงดันสูง ทำให้โครงสร้าง ของเนื้อไม้แน่นและแข็งแรงกว่าไม้จริง เนื้อไม้มีคุณสมบัติ ทนทาน ไม่ดูดซึมน้ำ ไม่หลุดล่อน ไม่หดตัว หรือบิดงอ ใช้ได้กับวงกบไม้ทั่วไป มีความสะดวกในการติดตั้ง เจาะ ลูกบิด กลอนประตู มือจับ โช๊คอัพ ได้เหมือนกับประตู ทั่วไป ทั้งยังผ่านการเคลือบสีรองพื้นชนิดพิเศษ ทำให้ง่าย ต่อการย้อมสีตามต้องการ
ประตูเหล็ก

ประตู ที่ใช้กันทั่วไปโดยมากจะเป็นบานประตูไม้ ซึ่ง จะมีปัญหาการยืดหดตัว ผุกร่อน ไม่ทนทานเท่าที่ควร ทาง เลือกใหม่ก็คือ การเปลี่ยนมาใช้บานประตูเหล็ก ซึ่งผลิตจาก เหล็กคุณภาพดี ผ่านการอบพ่นสีหลายชั้น ทั้งสีรองพื้นและสี เคลือบผิว จึงมีความสวยงามงามทนทาน โครงประตูภายใน มีทั้งชนิดโครงไม้และโครงเหล็กชุบสังกะสี ทำให้ประตูมีน้ำ หนักเบาเวลาเปิด-ปิด สามารถทำได้สะดวก สำหรับอุปกรณ์บานพับ กลอน ลูกบิด มือจับ ได้ กำหนดตำแหน่งต่างๆ เหล่านี้ไว้แล้ว จึงไม่มีปัญหาในการติด ตั้งอุปกรณ์ทั่วไปตามท้องตลาด เหมาะสำหรับประตูที่ต้องเปิด -ปิดบ่อยๆ และมีการกระทบกระแทกอยู่ตลอดเวลา
ประตูห้องน้ำ

สำหรับห้องน้ำที่ใหญ่ ประตูไม่โดนน้ำ ก็ใช้ประตู ไม้ อัดชนิดทนชื้นก็พอแล้ว
ส่วน ห้องน้ำที่เล็ก เวลาอาบน้ำ น้ำจะโดนประตู ก็ควร ใช้ประตูและวงกบที่เป็น PVC. ซึ่งราคาสูงกว่าประตูไม้อัดทน ชื้น แต่คุ้มค่ากว่า ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อยๆ
สำหรับห้องน้ำที่ติดกับห้องแอร์ ควรใช้แบบมีเกล็ด เพื่อสามารถติดพัดลมดูดอากาศได้ ซึ่งจะทำให้ลมเย็นผ่านเข้า มาในห้องน้ำได้อีกด้วย
วงกบ PVC.

วง กบ PVC. ผลิตจากเนื้อ PVC. ที่มีความแข็งแรง ทนทาน ไม่บิดงอ เป็นฉนวนกันความร้อนได้ดี ทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศ โครงสร้างภายในจะมีเหล็กเสริม ติดตั้งได้ทั้งผนังไม้ ปูน และโลหะ การเข้ามุมต่างๆ จะใช้ความร้อน สามารถทำให้ประสานกันได้สนิท สวยงาม มีขนาดมาตรฐาน และขนาดตามสั่ง
ชนิดของบานพับ

บาน พับแต่ละชนิดแต่ละแบบมีความคงทนแตกต่างกัน บานพับที่มีแหวนเป็นไนล่อน จะทนทานน้อยที่สุด เพราะมีราคา ถูก ส่วนบานพับที่มีแหวนเป็นโลหะ ซึ่งมีทั้งแสตนเลส ทอง เหลือง หรือเหล็ก จะแพงกว่าบานพับที่เป็นแหวนไนล่อน บาน พับแต่ละแบบก็มีสีของวัสดุแตกต่างกัน การจะเลือกใช้สีแบบใด ก็ขึ้นอยู่กับสีของประตู ลูกบิด และรสนิยมของแต่ละคน การติด บานพับควรติดอย่างน้อย 3 ตัวต่อ 1 บาน เพื่อป้องกันบาน ประตูตกด้วย
การ เลือกใช้ลูกบิดจะแตกต่างกันตามความเหมาะสม ในการใช้งาน เช่น ห้องสำหรับเปิดผ่านก็ไม่จำเป็นต้องล็อค เรียกว่า PASSAGE DOORS ใช้ในบริเวณห้องที่ต่อเนื่องกัน เช่น ห้องทำงานกับห้องประชุมหรือห้องครัวกับห้อง PANTRY ส่วนห้องน้ำกับห้องนอนจะใช้ลูกบิดชนิด PRIVACY DOORS คือ ชนิดกดล็อคด้านใน ส่วนด้านนอกใช้เหรียญบิด เปิด-ปิด เพื่อคลายล็อคในกรณีฉุกเฉิน เพื่อความปลอดภัย สำหรับผู้ที่ อยู่ภายในห้อง อีกชนิดหนึ่งก็คือ ENTRANCE DOORS ลูกบิดชนิดนี้ใช้กับประตูทั่วไปหรือประตูทางเข้า โดยการกด ล็อคด้านใน ไขกุญแจด้านนอก จะเข้าจากภายนอกต้องไข กุญแจเท่านั้น ส่วนภายในสามารถเปิด-ปิดได้ตลอดเวลา
ปุ่มกันกระแทกประตู

บาน ประตูโดยทั่วไปจะถูกออกแบบให้เปิดพิงฝาผนัง เพื่อไม่ให้กีดขวางพื้นที่ใช้สอย ดังนั้นการเปิด-ปิดประตูควรจะ มีการป้องกันไม่ให้กระแทกกับผนัง ซึ่งจะทำให้ลูกบิด มือจับ และผนังด้านข้างถูกกระแทก เกิดการเสียหายได้ ถ้าเป็นผนัง เบา เช่น ผนังไม้อัด หรือแผ่นยิบซั่มบอร์ดจะถูกกระแทกเป็น รอยลึก ทางแก้ก็คือ ให้ติดตั้งอุปกรณ์กันกระแทกทุกครั้ง ซึ่ง มีทั้งชนิดปุ่มยางติดกับพื้น หรือชนิดก้ามปูติดกับผนัง หรือถ้ามี งบประมาณพอ ก็ควรติดแบบตั้งค้ำประตู (DOOR CLOSER) ซึ่งจะช่วยบังคับการเปิด-ปิดได้เอง ทำให้สะดวกมากขึ้น
เสาเอ็นทับหลังประตู-หน้าต่าง

เสา เอ็นทับหลัง คือ เสาและคานเล็กๆ ที่รัดรอบขอบ วงกบประตู หน้าต่าง ทำหน้าที่ช่วยรับน้ำหนักผนังก่ออิฐ ดังนั้น เสาเอ็นทับหลังจะต้องเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ถ้าไม่มีเสาเอ็น ทับหลัง วงกบจะแอ่นตัวทำให้การเปิดปิดประตูยากขึ้น และยัง ช่วยป้องกันการยืดหดตัวที่ต่างกันของวงกบไม้กับผนังก่ออิฐ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการแตกร้าวได้ ท่านเจ้าของบ้านควร ตรวจดูให้แน่ใจว่า วงกบประตูหน้าต่างทุกบานต้องมีเสาเอ็น ทับหลัง เพราะเมื่อช่างฉาบปูนแล้วจะไม่เห็นส่วนนี้
การหล่อเสาเอ็นทับหลัง

วิธี การทำ คือ ต้องตั้งวงกบก่อน แล้วจึงก่อกำแพงอิฐ เข้ามาหา โดยเว้นช่องให้ได้ขนาดเท่ากับเสาเอ็น แล้วปิดด้วย ไม้แบบ ใส่เหล็กเสริม แล้วจึงเทคอนกรีต วิธีการนี้จะทำให้เสา เอ็นและทับหลังยึดติดกับตัวผนังก่ออิฐได้อย่างสนิท ไม่เกิดร่อง หรือรอยร้าว ซึ่งจะเป็นสาเหตุให้น้ำรั่วซึมได้
การติดตั้งวงกบอลูมิเนียม

เมื่อ วางวงกบอลูมิเนียมบนผนัง จะต้องเว้นช่องว่างไว้ ประมาณ 0.5 ซม. เพื่อให้มีพื้นที่พอที่ซิลิโคนจะเข้าไปอุดรอย ต่อระหว่างอลูมิเนียมกับขอบปูน เพื่อป้องกันการรั่วซึมจากน้ำ ฝน เพราะถ้าติดตั้งโดยไม่เว้นช่องว่างไว้ เนื้อซิลิโคนก็จะไม่ สามารถแทรกตัวเข้าไปในรอยต่อ ผลที่ตามมาก็คือ น้ำฝนก็จะ รั่วซึมเข้ามาภายในบ้าน มีวิธีแก้ไขก็คือ รื้อออกแล้วติดตั้งใหม่ ซึ่งจะเสียค่าใช้จ่ายสูงมาก
ซิลิโคน

ซิลิโคนเป็นวัสดุคล้ายเยลลี่ มีความยืดหยุ่น เหนียว ทนต่อแรงดึงได้ดี และกันการรั่วซึมได้ แบ่งออกตามการใช้งาน ได้ 4 ชนิด คือ
ชนิด ที่หนึ่ง ใช้เชื่อมกระจกกับกระจก ในกรณีที่เป็น ผนังกระจกไม่มีกรอบ ก็จะใช้แผ่นกระจกชนกัน แล้วอุดด้วย ซิลิโคน ชนิดนี้จะมีความแข็งแรงสูง มีสีใสมองทะลุกระจกได้
ชนิดที่สอง ใช้เชื่อมกระจกกับวัสดุอื่น เช่น กรอบบาน อลูมิเนียม หรือผนังปูนที่แผ่นกระจกไปชน เพื่อป้องกันการ รั่วซึม
ชนิด ที่สาม ใช้สำหรับเชื่อมรอยต่อวัสดุที่มีการเคลื่อน ตัวสูง เช่น รอยต่ออาคารหรือรอยต่อของวัสดุที่ต่างชนิดกัน มี การการยืดหดตัวสูง และไม่เท่ากัน เช่น คสล.กับเหล็ก ชนิด นี้ต้องรับน้ำหนักและแรงดึงที่สูง
ชนิดที่สี่ ใช้อุดรอยต่อของแผ่นแกรนิตหรือหินอ่อน ชนิดนี้ต้องไม่มีฤทธิ์เป็นกรด (เพราะหินแกรนิตและหินอ่อนมี ความเป็นด่าง)
1.5 ฝ้าเพดาน
ชนิดของฝ้าเพดาน

วัสดุที่ใช้ทำฝ้าเพดานสำหรับบ้านโดยทั่วไป แบ่งออก เป็น 4 ชนิด
1. ไม้ เป็นฝ้าซึ่งมีราคาค่อนข้างแพง ติดไฟง่าย มี ปัญหาเรื่องปลวก ถ้าคุณภาพไม่ดีอาจบิดงอได้ ใช้ได้ทั้งภาย นอกและภายใน ทำให้เกิดบรรยากาศที่อบอุ่น
2.กระเบื้องแผ่นเรียบ เป็นวัสดุที่ทนต่อน้ำและความ ชื้น ราคาค่อนข้างถูก แต่ถ้าเกิดการบิดงอจะแตกง่าย เมื่อมา ตีชนกัน จะมีร่องซึ่งดูไม่สวยงาม
3. แผ่นยิปซั่ม น้ำหนักเบา ทนไฟ สามารถติดตั้ง ได้เรียบร้อย ไม่มีรอยต่อ หรือจะวางบนฝ้าแขวนแบบที-บาร์ ก็ได้ ไม่สามารถทนน้ำได้ ควรใช้ในส่วนที่ไม่โดนน้ำ
4. อลูมิเนียม มีน้ำหนักเบา ดูเรียบร้อย สีสันสวย งาม ทนน้ำและความชื้นได้ สามารถติดตั้งได้ง่าย แต่ราคา ค่อนข้างแพง ไม่สามารถกันความร้อนได้
ประโยชน์ของฝ้าเพดาน

ฝ้าเพดาน คือ แผ่นวัสดุที่ปิดใต้หลังคา หรือพื้นของ อีกชั้นหนึ่ง มีประโยชน์ คือ
1. ช่วยปิดส่วนต่างๆ ที่ไม่เรียบร้อย เช่น ท่อต่างๆ ของห้องน้ำ รวมถึงโครงสร้างต่างๆ ที่ไม่เรียบร้อยและไม่น่าดู
2. ช่วยป้องกันความร้อนใต้หลังคา
3. ช่วยซ่อนอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ เช่น กล่องไฟ และ ดวงโคม
4. ช่วยป้องกันเสียงจากห้องบนชั้นถัดไป
5. ช่วยตกแต่งเพิ่มบรรยากาศต่างๆ ภายในห้อง รวม ถึงการเล่นระดับความสูงต่ำต่างๆ ของฝ้าเพดานด้วย
6. สำหรับฝ้าที่เป็นวัสดุทนไฟ ก็สามารถช่วยป้องกัน ไฟได้ด้วย
ชนิดของฝ้ายิบซั่มบอร์ด

ฝ้า เพดานยิปซั่ม แบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ แบบ ธรรมดา และแบบทนความชื้น แบบธรรมดานั้นใช้ได้ทั่วไปในที่ที่ไม่โดนความชื้นทั้ง ทางตรงและทางอ้อม ส่วนแบบทนความชื้นนั้นจะใช้ในส่วนที่เป็นฝ้าใต้ ระเบียง โดยเฉพาะฝ้าส่วนใต้ห้องน้ำนั้น จะต้องเปิดได้ง่าย เพื่อความสะดวกในการซ่อมบำรุง เพราะใต้ห้องน้ำนั้นเต็ม ไปด้วยท่อ ซึ่งอาจทำโครงฝ้าเป็น T-BAR เพื่อยกแผ่นออก ได้ง่าย
การทำฝ้ายิปซั่มให้เรียบ

การ ทำฝ้ายิปซั่มฉาบเรียบนิยมกันมาก เพราะทำให้ดู สวยงาม และเรียบร้อยด้วย แต่ต้องระวังไม่ให้พื้นที่กว้างและยาวเกินไป เพราะจะ ทำให้เรียบยาก จะเกิดเป็นลอนและคลื่นได้ วิธีแก้ ควรออกแบบให้มีบัวหยุดเป็นระยะๆ เพื่อความ แข็งแรงและสวยงามดูไม่เป็นคลื่น เพราะพื้นที่ดูเล็กลง การทำ งานของช่างก็จะง่ายขึ้น
ฝ้าภายนอกใต้หลังคา

โดย ทั่วไปจะมีอยู่ 2 ชนิด ชนิดที่ 1 จะเป็นไม้ขนาด 1/2 x 2 นิ้ว หรือ 1/2 x 3 นิ้ว โดยติดชิดกัน ไม่ต้องเข้าลิ้น เพราะจะทำให้บิดงอได้เวลาไม้ยืดหดตัว เนื่องจากความร้อนภายนอกบ้าน และควรมีช่องระบายอากาศใต้หลังคา โดยบุมุ้งลวดเพื่อป้องกันนกและแมลงเข้าไปทำรัง ชนิดที่ 2 จะเป็นกระเบื้องกระดาษ โดยตีเว้นร่องบน เคร่าไม้เนื้อแข็งขนาด 1 1/2 x 3 นิ้ว และควรมีช่องระบาย อากาศเช่นเดียวกับฝ้าไม้ด้วย
ฝ้าอลูมิเนียม

ฝ้า เพดานประเภทนี้คือ การนำเอาแผ่นอลูมิเนียมมา ขึ้นรูป แล้วทำการเคลือบสีทับผิวหน้า ติดตั้งง่าย สะดวก รวดเร็ว โดยการติดตั้งโครงเหล็ก แล้วทำการแขวนโครงยึดกับโครงเหล็ก โครงยึดฝ้านี้จะเป็นตัว กำหนดระยะห่างของฝ้าประมาณ 0.5 ซม. หรือ 1 ซม. ตาม ความสวยงาม และเพื่อการระบายอากาศ มีหลายขนาด หลายสี หลายแบบ โดยทั่วไปจะเป็น แผ่นขนาดกว้าง 3 นิ้ว และ 4 นิ้ว รอยต่อแผ่นมีทั้งแบบเว้น ร่อง บังใบ ตีชิดกัน หรือแบบช่องตะแกรง ทนต่อสภาพภูมิอากาศได้ทั้งแดดและฝน ใช้ได้ทั้ง ภายในและภายนอกอาคาร
1.6 หลังคา
ประเภทของหลังคา

รูปทรงของหลังคามีอยู่ 5 แบบ คือ
1. หลังคา SLAB หรือหลังคาแบน สามารถใช้ประ โยชน์บนหลังคาได้ แต่ต้องระวังการรั่วซึม
2. หลังคาเพิงหมาแหงน คือ หลังคาที่เอียงไปด้าน เดียว ราคาถูก และก่อสร้างง่าย
3. หลังคาทรงมนิลา หรือหลังคาหน้าจั่ว คือ หลังคา ที่มีสันตรงกลาง และลาดลงทั้ง 2 ข้าง
4. หลังคาทรงปั้นหยา เป็นหลังคาที่กันแดดกันฝน ได้ทุกด้าน แต่ราคาค่อนข้างแพง
5. หลังคาปีกผีเสื้อ ปัจจุบันไม่นิยมกันแล้ว เพราะ จะเอียงกลับเข้ามาตรงกลาง ซึ่งเป็นรางน้ำทำให้รั่วง่าย
ชนิดของวัสดุมุงหลังคา

บ้าน ที่มุงหลังคาด้วยกระเบื้อง จะให้ความรู้สึกอบ อุ่น มีหลายชนิด เช่น กระเบื้องโมเนีย มีสีให้เลือกมาก แต่ ก็มีน้ำหนักมาก ต้องมุงให้มีความลาดชันมาก กระเบื้องลอนคู่และลูกฟูก น้ำหนักเบา แต่มุงให้มี ความลาดน้อยกว่าได้ METAL SHEET คือ แผ่นเหล็กที่รีดลอนแล้ว เคลือบสี จะมีรอยต่อน้อย สามารถรีดเป็นแผ่นยาวตลอดได้ จึงลดปัญหาการรั่วซึม และมีน้ำหนักเบา ทำให้ลดขนาดใน ส่วนของโครงสร้างได้
วิธีการมุงหลังคาแต่ละชนิด

กระเบื้อง มุงหลังคาแต่ละชนิด จะมีความลาดเอียงใน การมุงไม่เท่ากัน ตัวอย่างเช่น กระเบื้องโมเนียจะต้องมุงให้ มีความลาดเอียงไม่น้อยกว่า 17 องศา
ส่วนกระเบื้องลอนคู่และลูกฟูก สามารถมุงหลังคาให้ มีความลาดเอียงไม่น้อยกว่าประมาณ 10 – 12 องศา
ส่วน METAL SHEET สามารถมุงได้น้อยกว่า 10 – 12 องศา แล้วแต่วิธีการออกแบบ
เพราะฉะนั้นเวลาเปลี่ยนวัสดุมุงหลังคา ควรตรวจดู ความลาดเอียงของหลังคาให้ถูกต้องด้วย มิฉะนั้นจะทำให้หลัง คารั่วได้
โครงสร้างหลังคาไม้

ข้อดีสามารถติดตั้งได้สะดวก ช่างธรรมดาสามารถติด ตั้งได้ เหมาะสำหรับบ้านไม้ เพราะการยึดติดกับเสาและคาน สามารถทำได้สะดวก
ข้อเสียมีราคาค่อนข้างแพง และหาไม้ที่มีคุณภาพดีได้ ยาก มีการบิดงอง่าย ไม่เที่ยงตรง และมีปัญหาเกี่ยวกับปลวก
โครงสร้างหลังคาเหล็ก
ข้อดีมีความเที่ยงตรงในการทำงาน เหมาะสำหรับบ้าน ที่ก่อสร้างด้วยปูน มีราคาถูกกว่าไม้ ทั้งยังมีรูปแบบให้เลือกมาก มาย
ข้อ เสีย ช่างต้องมีประสบการณ์ในการเชื่อมต่อโครงหลัง คาเหล็ก และถ้ามีการป้องกันผิวไม่ดี เวลาเกิดการรั่วซึมของหลัง คา จะมีปัญหาเรื่องการเกิดสนิมได้
การกันความร้อนใต้หลังคา

จะ ใช้แผ่นอลูมิเนียมฟรอยด์ มีลักษณะบางๆ สะท้อนแสง และความร้อนได้ โดยปูไว้ใต้หลังคากระเบื้อง บนโครงสร้างที่เรา เรียกว่า “แป” โดยแผ่นฟรอยด์จะทำหน้าที่สะท้อนความร้อนที่แผ่ ลงมาจากกระเบื้อง ไม่ให้ผ่านมายังตัวห้อง ซึ่งจะทำให้ห้องเย็นและ สามารถแอร์ประหยัดได้ด้วย
ชนิดของวัสดุกันซึมบนหลังคา

วัสดุกันซึมบนหลังคาแบ่งเป็น 2 ชนิด คือ แบบ แผ่นและแบบทา
แบบ แผ่น จะต้องปูแผ่นกันซึมบนพื้นที่ที่จะป้องกัน แล้วเทปูนทรายทับ หรืออาจจะไม่ต้อง แล้วแต่ชนิดของผู้ ผลิตแต่จะมีประสิทธิภาพสูง และราคาแพงกว่า
แบบทา จะสะดวก คือ ทาไปบนผิวส่วนนั้นเลย ราคา จะถูกกว่า แต่ประสิทธิภาพจะสู้แบบแรกไม่ได้

บ้านเดี่ยว ชั้นเดียว 2ชั้น รับออกแบบ และ รับก่อสร้าง

ธันวาคม 18, 2009
รับสร้างบ้าน และ รับออกแบบบ้าน โดย วิศวกร สถาปนิก และช่างผู้ชำนาญงาน ท่านสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบตามสไตล์และความต้องการของตัวท่านเองได้
ก่อนลงมือสร้างจริงท่านสามารถเห็นรูปแบบบ้าน ที่ชัดเจนทั้งภายในและภายนอก
ของบ้าน โดยท่านสามารถเลือกตำแหน่งการจัดวางอุปกรณ์ต่างๆ และเลือกสีกระเบื้องหลังคา สีภายในและภายนอก รวมถึงสีพื้น กระเบื้องหรือ พื้นไม้ ด้วยตัวท่านเอง
โดยวิธีการออกแบบ 3 มิติเสมือนจริง เพื่อช่วยให้ท่านได้บ้านตามใจที่ท่านต้องการจริงๆ